การขายของไม่ได้มีแค่คำว่าออนไลน์และออฟไลน์

 

ทุกวันนี้มีผู้ประกอบการทำธุรกิจซื้อมาขายไปเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ซึ่งลักษณะของการขายนั้นก็แตกต่างกันออกไปตามประเภทของสินค้าและบริการ เราอาจแบ่งลักษณะการขายออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือการขายแบบออนไลน์ (Online) และการขายแบบออฟไลน์ (Offline)

โดยการขายทั้งสองประเภทมีรายละเอียดที่พ่อค้าแม่ค้าควรรู้ ดังนี้

 

  1. การขายแบบออนไลน์ (Online)

                        การขายแบบออนไลน์ คือ การนำสินค้าไปวางขายผ่านช่องทางต่าง ๆ บนอินเทอร์เน็ต โดยมีอินเทอร์เน็ตเป็นสื่อกลางในการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ขายสินค้าและผู้ซื้อสินค้า ได้แก่

          ♠  การขายบน Website, E-Marketplace และ Social Media

                         วิธีนี้เป็นวิธียอดฮิตของการขายสินค้าผ่านออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการนำสินค้าไปวางขายบน Website ของร้านค้าเอง หรือบน Marketplace ต่าง ๆ อย่าง Lazada และ Shopee รวมไปถึงการขายสินค้าบน Social Media อย่าง Facebook, Twitter, Line และ Instagram ซึ่งการขายผ่านช่องทางเหล่านี้กำลังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในยุคปัจจุบัน มีร้านค้าออฟไลน์จำนวนมากที่หันมาค้าขายผ่านช่องทางออนไลน์ เนื่องจากการเปิดร้านค้าออนไลน์นั้นมีต้นทุนต่ำ แต่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้เป็นจำนวนมาก เพราะมีจำนวนผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตและ Social Media มีเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกวัน ทั้งยังมีช่องทางโปรโมทแบรนด์ของตนให้เป็นที่รู้จักได้หลากหลายช่องทาง และทำการค้าขายได้ทุกที่ทุกเวลา

          ♠  การขายผ่านตัวแทนจำหน่ายแบบ Dropship

                          Dropship เป็นการขายผ่านระบบตัวแทนจำหน่ายสินค้าประเภทหนึ่ง ที่ตัวแทนนำสินค้าจากผู้ผลิตหรือร้านค้ารายใหญ่ไปขายต่อ โดยนำรูปและข้อมูลของสินค้าไปประกาศขายตาม Website หรือบัญชีร้านค้าของตัวเองบน Social Media โดยที่ตัวแทนไม่จำเป็นต้องซื้อสินค้ามาสต๊อกเองก่อน และไม่ต้องส่งสินค้าเอง ตัวแทนมีหน้าที่เพียงโปรโมทสินค้าและหาลูกค้ามา จึงอาจกล่าวได้ว่าตัวแทนจำหน่ายเป็นเพียงเสมือน “คนกลาง” ระหว่างผู้ผลิตหรือร้านค้ารายใหญ่กับลูกค้าเท่านั้น

                           ตัวแทนจำหน่ายจะได้รับผลตอบแทนในรูปของค่าคอมมิชชั่น หรือกำไรส่วนต่างของราคาต้นทุนสินค้า ฉะนั้นการขายแบบ Dropship มีข้อดีตรงที่ตัวแทนไม่จำเป็นต้องลงทุนอะไรก็สามารถขายสินค้าได้เลย และไม่ต้องรับความเสี่ยงจากการขายสินค้าไม่ได้

 

  1. การขายแบบออฟไลน์ (Offline)

                            การขายรูปแบบนี้เรียกได้ว่าเป็นการขายแบบ “ดั้งเดิม” เป็นการขายของผ่านร้านค้า ที่มีหน้าร้านแสดงสินค้าจริง ผู้ขายทำการขาย พูดคุย โต้ตอบกับลูกค้าแบบ Face to face ไม่ได้ใช้อินเทอร์เน็ตเป็นสื่อกลางในการซื้อขาย การขายในลักษณะนี้ ได้แก่

          ♠  การขายแบบหน้าร้าน

                            การขายแบบหน้าร้าน คือ การที่เจ้าของแบรนด์มีร้านจำหน่ายสินค้าเป็นของตัวเอง จัดแสดงสินค้าจริง ทำการขายสินค้าเองโดยตรง ลูกค้าสามารถทำการซื้อของกลับบ้านได้เลยทันที ถึงแม้การขายแบบหน้าร้านจะดูเรียบง่าย ไม่หวือหวาหรือมีอะไรพิเศษ แต่ก็เป็นวิธีการขายสินค้าที่ขาดไปไม่ได้ แม้ว่ากระแสการขายของออนไลน์จะเป็นที่นิยมมากแค่ไหนก็ตาม เนื่องจากการขายของผ่านหน้าร้านนั้น ลูกค้าสามารถเลือกชม หยิบจับ และทดลองใช้สินค้าจริง ๆ เพื่อพิจารณาก่อนจะตัดสินใจซื้อสินค้า เป็นการสร้างประสบการณ์ตรงที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์

                           สินค้าที่นิยมขายผ่านหน้าร้านมักเป็นกลุ่มสินค้าที่ต้องมีการทดลองใช้งานเพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อ เช่น ร้านน้ำหอมที่มีหน้าร้าน Offline ตามห้างสรรพสินค้าเพื่อให้ลูกค้าได้ทดลองกลิ่น หรือสินค้าจำพวกอาหารสด ที่ลูกค้าต้องเลือกดู ตรวจเช็คความสดใหม่ เป็นต้น

          ♠  การฝากขาย Consignment

                            การฝากขาย คือ การที่เจ้าของสินค้า หรือเรียกว่าผู้ฝากขาย ส่งสินค้าไปยังผู้รับฝากขาย ให้ทำการขายสินค้าให้แทน โดยที่กรรมสิทธิ์ในตัวสินค้านั้นยังคงเป็นของผู้ฝากขาย จนกว่าสินค้านั้น ๆ จะถูกขายออกไป ผู้ฝากขายจึงจะสามารถบันทึกรายการขายสินค้าได้ โดยผู้รับฝากขายสินค้าจะได้รับ “ค่านายหน้า” เป็นค่าตอบแทน เช่น เจ้าของแบรนด์อาหารเสริมอาจนำสินค้าของตนไปฝากขายตามร้านขายยาต่าง ๆ โดยเจ้าของร้านขายยาก็จะคิดค่านายหน้าเป็นเปอร์เซ็นต์ตามที่ตกลงกันไว้เมื่อขายสินค้าได้

                            ข้อดีของการฝากขายสินค้า คือเป็นการขยายตลาดสินค้าให้กว้างขึ้น โดยที่เจ้าของสินค้าไม่ต้องลงทุนเปิดหน้าร้านเพื่อจำหน่ายสินค้าเอง แถมยังสามารถเลือกได้ว่าจะวางจำหน่ายสินค้าที่บริเวณใด หรือภูมิภาคใด เพราะมีร้านค้าจำนวนมากทั่วประเทศที่รับฝากวางสินค้า ประเภทสินค้าที่มักฝากขายคือสินค้าจำพวกเครื่องสำอางค์ อาหารเสริม ขนมต่าง ๆ เป็นต้น

 

จะเห็นได้ว่าวิธีการขายทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์มีลักษณะที่เหมาะสมกับการขายสินค้าแต่ละประเภทแตกต่างกันออกไป ร้านค้าสามารถเลือกใช้วิธีการขายที่เหมาะกับธุรกิจและสินค้าของตัวเอง หรือเลือกใช้หลายวิธีผสมกันเพื่อผลประโยชน์สูงสุด แต่ไม่ว่าจะเป็นวิธีการไหน หากร้านค้ามีผู้ช่วยทางธุรกิจที่ดีอย่าง ZORT มาช่วยจัดการระบบสต๊อกและออเดอร์ต่าง ๆ จะขายผ่านกี่ช่องทางก็วางใจได้เลย

โทร : 02-030-0052
อีเมล: support@zortout.com

Line: @zort

en (1)

More articles

2019/08/15/

ทำความรู้จักกับ “ค้าปลีกยุคใหม่” (New Retail)

2019/08/08/

3 เทคนิค “ค้าปลีกเก่า” เอาตัวรอดอย่างไรในยุคออนไลน์?

2019/06/11/

ช่องทางการขายเยอะ แต่ปัญหาเยอะกว่า!

2019/05/29/

ร้านค้าสามารถส่งต่อข้อมูลการจัดส่งจาก ZORT ไปยัง KERRY Express ได้แล้ว