หลายคนมักให้ความสนใจกับสินค้าขายดี หรือสินค้าที่ทำกำไรให้กับร้าน แต่มักลืมนึกถึงสินค้าที่นอนนิ่งไม่มีการเคลื่อนไหวอยู่ในสต๊อก สินค้าเหล่านั้นเองที่ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า “สต๊อกจม” สต๊อกสินค้าทุกชิ้นล้วนเป็นต้นทุนทั้งสิ้น การเกิดสต๊อกจมแน่นอนว่าเงินของคุณก็จะจมไปกับมันด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ใครๆ ก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น

เพื่อจัดการกับสต๊อกจม เจ้าของร้านจำเป็นต้องรู้ว่าในสต๊อกของตนเองมีสต๊อกจมอยู่มากเท่าไหร่ สินค้าประเภทใดที่เป็นสต๊อกจมของร้าน และนอกจากนี้ยังควรพิจารณาถึงระยะเวลาของสต๊อกว่าอยู่ในขั้นไหนแล้ว คือ สินค้าไม่มีการขายเลยเป็นเวลา 30 วัน 60 วัน 90 วัน 180 วัน หรือมากกว่านั้น แล้วจึงวางแผนจัดการกับสต๊อกจมเหล่านั้นต่อไป ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี ตามความถนัดของเจ้าของร้าน เช่น ร้านขายเสื้อผ้าพบว่าร้านของตนเองมีเสื้อสีขาว เป็นสต๊อกจม ขายไม่ออกมาเป็นเวลา 30 วันแล้ว จึงใช้วิธีการนำเสื้อสีขาวมาติดป้ายลดราคาหน้าร้านเพื่อให้มองเห็นง่ายและมีโอกาสขายได้มากขึ้น หรือ พบว่าเข็มขัดเป็นสต๊อกจม ขายไม่ได้เลยเป็นเวลามากกว่า 180 วันแล้ว ลดราคาก็แล้วก็ยังขายไม่ได้ จึงนำมาขายแพ็คคู่กับกางเกงยีนส์ ซึ่งเป็นสินค้าขายดีของทางร้าน เพื่อเป็นการระบายสต๊อกแทน เป็นต้น จากตัวอย่างที่ได้กล่าวมานั้นจะเห็นได้ว่าวิธีการจัดการสต๊อกจมนั้นทำได้หลายวิธี แล้วแต่เจ้าของร้านจะเลือกใช้ให้เหมาะสมกับร้านของตนเอง

สุดท้ายหลายคนคงเกิดคำถามว่า จะรู้ได้อย่างไรว่าร้านของคุณมีสต๊อกจมมากเท่าไหร่ คำตอบคือ ถ้าคุณมีการจัดการสต๊อกที่ดีและเป็นระบบแล้ว คุณจะรู้ได้ทันทีว่าสินค้าตัวไหนของเราทำให้สต๊อกและเงินของคุณจมกับมันโดยไม่จำเป็น

ZORT เป็นตัวช่วยหนึ่งที่ทำให้คุณสามารถจัดการเรื่องนี้ได้อย่างง่ายดาย เพราะ ZORT มีฟังก์ชั่นที่สามารถดูการเคลื่อนไหวของสินค้าในสต๊อกของคุณได้อย่างแม่นยำ และยังสามารถแสดงสต๊อกจมในระบบ แบ่งตามระยะเวลาที่สินค้าไม่เคลื่อนไหวได้อีกด้วย

“ทีมงานหวังว่า ZORT จะทำให้คุณสามารถควบคุมสินค้าในสต๊อกไม่ให้เกิดสต๊อกจมได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม : 02-026-6423
อีเมล: [email protected]

Line: @zort

Share post

0
Would love your thoughts, please comment.x
()
x