เชื่อว่า ณ ปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นธุรกิจที่พึ่งเริ่มเปิดหรือธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ ก็จำเป็นต้องมีทั้งระบบหน้าบ้านและหลังบ้าน ยิ่งไปกว่านั้นเราก็ยังคงเชื่อว่ามีเจ้าของธุรกิจหลายๆ ท่านที่ยังคงใม่เข้าใจว่าระบบหลังบ้านและระบบหลังร้านนั้นคืออะไร, มีความแตกต่างกันยังไง และทำไมถึงจำเป็นต้องมี ดังนั้นวันนี้เราขออาสามาเป็นตัวแทนที่จะช่วยไขข้อสงสัยของทุกคนให้กระจ่างเอง

ระบบหน้าบ้าน คืออะไร

ถ้าหากให้อธิบายสั้นๆ ง่ายๆ ของคำว่าระบบหน้าบ้านนั้นคืออะไรละก็ ระบบหน้าบ้านนั้นคือระบบอะไรก็ตามที่มีความเกี่ยวข้องกับการให้บริการในส่วนของ  “ลูกค้า” นั่นเอง ถ้าในสมัยก่อนละก็เรามักจะพูดถึงหน้าร้านที่มีความสะอาด, สวยงาม และมีการให้บริการลูกค้าที่ยอดเยี่ยมจากพนักงาน นั่นเอง แต่ถามว่า ณ ปัจจุบันในโลกของยุค Digital ซึ่งในมุมมองของหน้าร้านอาจจะมีการเปลี่ยนไปนิดหน่อยนั่นคือ ลูกค้า มักจะชอบหน้าร้านที่ “สะดวก” และ “รวดเร็ว” ในการใช้งานและสั่งซื้อสินค้ามากกว่า “ความสะอาด” หรือ “ความสวยงาม” ถ้าเปรียบเทียบกับสมัยก่อน นั่นก็เพราะว่า ณ ปัจจุบัน ลูกค้าสามารถเข้าถึงหน้าร้านได้อย่างง่ายดายผ่าน Website และสื่อ Social Media ดังนั้นระบบหน้าร้านควรจะออกแบบหรือจะการยังไงก็ได้ให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าได้รวดเร็วมากที่สุด

ถ้าจะให้ยกตัวอย่างระบบหน้าบ้านยอดฮิตในยุคปัจจุบันในการขายของคงไม่พ้น ระบบหน้าบ้านของ Lazada หรือ Shopee สาเหตุที่ระบบหน้าบ้านทั้งสองครองใจลูกค้านักช็อปทั้งหลาย เพราะว่าเขาได้มีการออกแบบทั้งรูปลักษณ์และฟีเจอร์ของทั้ง Website และ Application ให้ดูน่าดึงดูดและง่ายต่อการใช้งาน ยิ่งไปกว่านั้นยังมีระบบ Personalized Product Feed ซึ่งระบบจะแสดงสินค้าที่มีความ Related กับสิ่งที่เรากำลังมองหาทั้งเป็นราคาปกติและสินค้าลดราคามาให้คุณเห็นจนทำให้คุณอดใจไม่ไหวจนต้องช็อปปิ้งไม่หยุด แต่การที่จะมาถึงขนาดนี้ได้ ก็จำเป็นต้องมีระบบหลังบ้านที่ดีเยี่ยมจึงสามารถรองรับความพึงพอใจของลูกค้าจำนวนมากได้นั่นเอง ดังนั้นคงจะไม่พ้นที่จะอธิบายว่า ระบบหลังร้านนั้นคืออะไรเพื่อที่จะทำให้คุ้นเข้าใจถึงวิธีการเอาชนะคู่แข่งได้อย่างง่ายดาย

ระบบหลังร้าน คืออะไร

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าการที่มีระบบหน้าบ้านที่ดีอย่างเดียวนั้นคงจะไม่เพียงพอ ดังนั้นเราควรที่จะมีระบบหลังบ้านหรือหลังร้านที่ดี เพื่อเตรียมพร้อมที่จะสู้รบกับทั้ง “ลูกค้า” และ “คู่แข่ง” ของเรานั่นเอง ถ้าถามว่าระบบหลังร้านคืออะไรละก็บอกได้คำว่าเดียวว่าเป็นระบบที่เกี่ยวของกับการดูแลและซัพพอร์ตให้ “ผู้ดูแล” สามารถเข้าถึง “ผู้ใช้งาน” ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ถ้าให้อธิบายให้เห็นภาพมากขึ้นนั่นก็คือ เราจะทำยังไงก็ได้ที่จะทำให้ผู้ใช้งาน หรือลูกค้ามีความพึงพอใจและความเชื่อมั่นมากที่สุดระหว่างการใช้งาน

 

ข้อแรกที่สำคัญสำหรับการทำให้ร้านของคุณมีระบบหลังบ้านที่ดีคือคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้งานเป็นอันดับหนึ่ง ถ้าในสมัยก่อนร้านค้าหรือร้านอาหารก็มักจะพูดถึงความสะอาดของครัวหรือความสะอาดของโกดังเก็บของที่จะทำให้ลูกค้ามีความเชื่อมั่นต่อสินค้าและร้านค้าของเรา แต่ ณ ปัจจุบันระบบหลังร้านที่ปลอดภัยคือระบบที่มีความปลอดภัยที่จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานทั้ง Username, Password หรือแม้กระทั่งความปลอดภัยในระหว่างการจ่ายเงินนั่นเอง ถ้าให้ยกตัวอย่างระบบหลังร้านที่มีความปลอดภัยละก็คงไม่พ้นระบบหลังบ้านของร้านค้าออนไลน์ที่สามารถจ่ายเงินด้วยบัตรเครดิตแต่จำเป็นต้องมีการยืนยันตัวตนตลอดเวลา ซึ่งบางคนอาจจะไม่ค่อยชอบใช้สักเท่าไหร่เพราะว่ามันยุ่งยากและเสียเวลา แต่เชื่อเถอะมีคนไม่น้อยที่ต้องการให้มีระบบนี้เพราะมันทำให้มีความรู้สึกปลอดภัยและไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครมาใช้บัตรเครดิตของเราไปช็อปปิ้งโดยที่เราไม่รู้หรือเปล่า

 

ในส่วนที่สองที่ไม่ควรละเลยและจำเป็นกับการที่ทำให้ระบบหลังร้านดีคือ ความสะดวกสบายต่อการใช้งานของ “ผู้ดูแล” นั่นเอง ทำไมปัจจัยนี้ถึงสำคัญต่อการทำธุรกิจที่ดี นั่นก็เพราะว่าเราควรจะทำยังไงก็ได้ให้ผู้ดูแลสามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้งานได้ง่ายและรวดเร็วมากที่สุดตัวอย่างระบบหลังร้านที่ดีนั้นควรจะมีการตอบ Chat หรือมีระบบ Support ลูกค้าที่รวดเร็วและทันใจต่อความต้องการของลูกค้า ยิ่งไปกว่านั้นตัวอย่างระบบหลังร้านที่ดีก็ควรจะมีทั้งระบบจัดการสต๊อกสินค้าและระบบจัดการออเดอร์ที่ดีและแม่นยำเพื่อทำให้การจัดส่งหรือการสั่งซื้อของผู้ใช้งานสามารถเป็นได้แบบ Real Time และรวดเร็วเพื่อไม่ทำให้ลูกค้าต้องพบเจอปัญหาเกี่ยวกับ “ต้องรอนานหรือต้องมีการทำออเดอร์ใหม่เพราะว่าสินค้าขาดสต๊อกแต่ว่าระบบหน้าร้านไม่มีการแจ้งเตือน” หรือว่า “เกิดข้อผิดพลาดในการจัดส่งสินค้าเพราะว่าระบบหลังบ้านมีขอผิดพลาดในเรื่องของการนำออเดอร์สินค้าเข้าระบบ” ถ้าให้ลองนึกภาพถ้าเป็นตัวเราต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ละก็ เราจะยังคงกลับมาใช้บริการกับบริษัทหรือแบรนด์นี้อีกไหม คำตอบก็คือ “คงจะไม่มีวันกลับมาแน่นอน” ดังนั้นเราไม่ควรที่จะละเลยต่อความสำคัญของระบบหลังบ้าน

เราก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อมูลด้านบนสามารถช่วยทำให้คุณเข้าใจความหมายและความแตกต่างของระบบหน้าบ้านและระบบหลังร้านว่าคืออะไร แล้วมีความสำคัญอย่างไรบ้าง และถ้าหากคุณที่กำลังอ่านมาถึงตอนนี้เป็นเจ้าของธุรกิจที่กำลังมองหาระบบหลังร้านที่มีคุณภาพ  ZORT ขอแนะนำระบบหลังร้านที่จะช่วยในการจัดการทั้งออเดอร์และสต๊อกสินค้าได้อย่างง่ายดาย นั่นก็เพราะว่าระบบจัดการออเดอร์ของ ZORT สามารถเชื่อมต่อกับทุกแพลตฟอร์มตั้งแต่ “ร้านค้า เช่น Lazada, Shopee หรือ JD Central” จนไปถึง แพลตฟอร์มด้านการส่งของ อาทิ “ไปรษณีย์ไทย, Flash หรือ Kerry” ยิ่งไปกว่านั้น ระบบจัดการสต๊อกยังคงช่วยลดเวลาของคุณในการเช็คสต๊อกสินค้าเพราะว่าคุณไม่ต้องกังวลเรื่องของสินค้าหมดโกดังเพราะระบบจะทำการอัปเดทข้อมูลแบบ Real Time ซึ่งคุณสามารถเข้าถึงข้อมูลหลังบ้านได้ตลอด 24 ชั่วโมงไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็ตามเพราะคุณสามารถเข้าไปเช็คได้ผ่าน Smart Phone หรือ Tablet  ดังนั้นถ้ารู้อย่างงี้แล้วสนใจที่อยากจะได้ระบบหลังร้านที่ดีคือต้องติดต่อ ZORT มาแล้ว สามารถติดต่อหรือสอบถามเพิ่มเติมได้เลยไม่ต้องลังเล เรารออยู่

Share post

0
Would love your thoughts, please comment.x
()
x