แชร์วิธีจัดร้านขายของแบบร้านค้าขายของชำที่ดี

ไม่ว่าจะเป็นยุคสมัยไหนอาชีพที่ทำแล้วยังไงก็รวย คงจะหนีไม่พ้นอาชีพค้าขาย ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งร้านหน้าร้านขายของ, แบบแผงลอย หรือร้านค้าแบบแฟรนไชส์ที่จะทำให้สามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ แต่ถว่ามีอีกหนึ่งธุรกิจที่ไม่ว่ายังไงก็ยังคงเป็นรากฐานของธุรกิจเกี่ยวกับร้านค้านั่นก็คือ ร้านขายของชำหรือ ที่เราชอบเรียกกันจนติดว่าร้านโชห่วย

ถ้าให้พูดถึงร้านขายของชำสิ่งที่ทุกคนจะมีภาพขึ้นมาในหัวนั่นก็คือร้านขายของที่มีของเยอะแยะไปหมด มีตั้งแต่ของใช้สำหรับชีวิตประจำวัน, ของเล่นเด็ก และก็อื่นๆ อีกมากมาย ไม่แน่ใจว่าเคยสงสัยกันไหมว่าด้วยของที่นำมาขายที่ร้านเยอะแยะขนาดนั้น เจ้าของร้านจะมีวิธีจัดร้านขายของในเรื่องข้อมูลสินค้า, จำนวนสินค้าคงเหลือ หรือว่าจะจัดการสต๊อกสินค้ายังไง ดังนั้นวันนี้เราจึงจะขอมาแนะนำการจัดการสโตร์ที่ดีพร้อมอธิบายและยกตัวอย่างของวิธีจัดร้านขายของชำให้น่าเข้าเพื่อที่คุณจะได้รับประโยชน์และสามารถนำไปใช้ได้อย่างแน่นอน เอาละถ้าพร้อมแล้วก็เริ่มกันเลย

ก่อนที่เราจะเริ่มแชร์วิธีการจัดร้านขายของชำให้น่าเข้า เราอยากจะขอแนะนำคำศัพท์วันละคำให้ทุกคนได้รู้จักนั่นก็คือ “การจัดการสต๊อกสินค้า” ซึ่งบางคนอาจจะรู้จักกับมันดี แต่บางคนอาจจะยังไม่ค่อยเข้าใจว่าคำนี้นั้นหมายถึงอะไร โดยถ้าจะให้อธิบายคร่าวๆ มันก็คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ร้านของคุณมีระบบในการจัดการสโตร์ที่ดีนั่นเอง นั่นเพราะว่าการจัดการสต๊อกสินค้าคือหนึ่งวิธีการจัดร้านขายของให้มีระบบระเบียบในเรื่องของการจัดเก็บหรือจดบันทึกสินค้าทั้งขาเข้าและขาออก หรือในอีกมุมมองนึกก็คือการทำบัญชีเพื่อจัดเก็บข้อมูลของรายละเอียดสินค้าเพื่อนำไปใช้กับการคำนวนทั้งต้นทุนและวิธีการดูแลสินค้าให้เหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง

โดยวิธีจัดร้านขายของที่ใช้ระบบจัดการสต๊อกสินค้านั้นมีข้อดีที่เจ้าของร้านขายของชำหรือเจ้าของธุรกิจต่างๆ สามารถนำไปปรับเปลี่ยนให้เข้ากับวิธีการจัดร้านขายของบนสื่อออนไลน์หรือว่าจะเป็นการจัดการสโตร์ที่ดีก็ได้ ซึ่งถ้าจะให้นำมาปรับเปลี่ยนกับวิธีการจัดร้านขายของชำให้เน่าเข้าและมีระบบระเบียบละก็ สามารถทำได้หลายวิธี แต่วันนี้เราจะพูดถึงวิธีที่สามารถนำไปใช้ได้อย่างง่ายดายนั่นก็คือ การจัดการสต๊อกสินค้าแบบ SKU หรือการจดบัญชีสินค้าแบบรหัสสินค้า อะไฮโซเลยปะละซึ่งร้านขายของชำใช้ระบบแบบ SKU ที่ธุรกิจใหญ่ๆ มักจะใช้กัน ซึ่งถามว่า SKU คืออะไร มันก็คือ (Stock Keeping Unit) หรือหน่วยวัดประเภทสินค้าที่อยู่ในคลังสินค้าโดยอาจจะแบ่งอออกเป็น สี, ขนาด หรือ ลวดลาย ซึ่งถ้าเรามันปรับใช้กับวิธีการจัดร้านขายของชำละก็บอกเลยว่าคงไม่พ้นการจดแบบว่าขนมห่อที่ขายนะมีกี่ ยี่ห้อ, กี่รส หรือว่ากี่ขนาด หรืออาจจะจัดแบ่งสินค้าออกเป็นประเภทของ เครื่องดื่ม, ขนม หรือว่าอาจจะเป็นของใช้ในบ้านหรือของใช้ส่วนตัว

ถ้าหากจะให้ยกตัวอย่างละก็ สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยที่จะขายในร้านขายของชำนั่นก็คือ น้ำอัดลม, ขนมกรุ๊บกรอบ และ ของใช้ภายในบ้าน ดังนั้นอาจจะแบ่งรหัสเครื่องดื่มออกมาเป็น โดยใช้คำว่า D ที่ย่อมาจาก Drink แล้วอาจจะตามด้วยประเภทเช่น DC-01, DC-02, DS-01 หรือ DS-02 นั่นก็คือการใช้เรียก เครื่องดื่มโค้กแบบขวดใหญ่ (DC-01), เครื่องดื่มโค้กแบบขวดเล็ก (DC-02), เครื่องดื่มสิงค์แบบขวดใหญ่ (DS-01) และ เครื่องดื่มสิงค์แบบขวดเล็ก (DS-02) ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับการนำไปปรับใช้กับวิธีจัดร้านขายของแต่ละบุคคล เพราะว่าบางท่านอาจจะใช้รหัสหรือชื่อที่แตกต่างกันไป แต่ถว่าเราแนะนำให้นำวิธีนี้ไปปรับใช้เพื่อให้ร้านค้าของคุณเพราะมันคือหนึ่งวิธีการจัดการสโตร์ที่ดี นั่นก็เพราะว่าถ้าคุณได้ทำรายละเอียดเหล่านี้คุณสามารถรับรู้ได้ว่าสินค้าประเภทไหนสามารถสร้างกำไรให้คุณได้บ้างหรือสินค้าประเภทไหนจะทำให้เงินของคุณไปจมอยู่กับมันและทำให้คุณขาดทุนนั่นเอง ซึ่งพอเรามีข้อมูลของสินค้าและยอดขายอย่างละเอียดเราก็สามารถนำมันมาปรับใช้กับวิธีจัดร้านขายของให้ดูดีและดูน่าเข้ามากยิ่งขึ้นนั่นก็เพราะว่าคุณจะรู้แล้วว่าสินค้าประเภทไหนควรจะสต๊อกไว้ในคลังเยอะและสินค้าประเภทไหนควรจะมีแค่พอขายนั่นเอง

คุณอาจจะคิดว่าสิ่งเหล่านี้อาจจะเป็นเรื่องเพ้อฝันสำหรับร้านขายของชำที่มีสินค้าเยอะจนแทบจะจำไม่ได้ ดังนั้นเรามีร้านหนึ่งมาแนะนำซึ่งเป็นร้านขายของชำที่มีลูกค้าเข้าแบบไม่ขาดสายกันเลยทีเดียว (ซึ่งเป็นร้านที่อยู่ใกล้ๆ บ้านของผู้เขียนเอง) แถมร้านนี้มีของขายตังแต่ ของใช้ในบ้าน, กับข้าว, ปุ๋ยและยาฆ่าแมลงเป็นต้น ซึ่งจะบอกเลยว่าร้านนี้เขามีวิธีการจัดการสโตร์ที่ดีเลยทีเดียวแหละ เพราะว่าเขารู้ว่าสินค้าของเขาว่าชิ้นไหนขายดี เขาก็จะไปซื้อสินค้านั้นมาเก็บสต๊อกไว้เยอะๆ เพื่อลดต้นทุนการซื้อและถ้าหากสินค้าชิ้นไหนขายไม่ค่อยออกเขาก็จะสต๊อกของแค่พอขายหรือถ้าหากสินค้าใกล้หมดเขาก็มีสิ่งที่เรียกว่า (Connection) ที่ดีกับ Supplier หรือผู้ประกอบการร้านอื่นๆ เพื่อจะซื้อของต่อในราคาถูกเพื่อมาขายในยามของขาดนั่นเอง ละถามว่าแค่นี้อะนะทำให้ลูกค้าเข้ามาซื้อของร้านนี้กันแบบไม่ขาดสาย เราขอบอกเลยว่านี้ไม่ใช่ปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้ร้านขายของชำร้านนี้ขายดี แต่เขามีวิธีจัดร้านขายของชําให้น่าเข้า นั่นก็คือการใส่ใจกับรายละเอียดของทั้งตัวลูกค้าและสินค้าของเขา นั่นก็เพราะว่าเขาได้ทำการจดบันทึกข้อมูลของสินค้าตั้งแต่ วันที่ซื้อเข้ามา, จำนวนสินค้าชำรุด และหมั่นตรวจเช็ควันหมดอายุเพื่อทำให้มั่นใจว่าลูกค้าจะได้ของที่ดีที่สุดไปนั่นเอง เป็นยังไงหละวิธีจัดร้านขายของชำร้านนี้ทำให้ร้านนี้ดูน่าเข้ากว่าร้านอื่นๆ ไหมละ

จากที่กล่าวมาอาจจะทำให้ใครหลายๆ คนหรือเจ้าของธุรกิจร้านค้าหลายๆ ท่านสามารถนำไปปรับใช้จนที่ให้ร้านค้าของคุณนั้นน่าสนใจและมีรายได้เพิ่มขึ้น แต่ถ้าหากคุณคิดว่าสิ่งที่จะทำมันดูยุ่งยากและจุกจิกเสียเวลาละก็เราบอกเลยว่า Zort มีทางออกให้คุณด้วย “โปรแกรมร้านค้าปลีกที่ใช้ฟรีได้ถึง 15 วัน” ที่จะเป็นระบบการจัดการออเดอร์และจัดการสต๊อกสินค้าได้อย่างง่ายดาย ช่วยในการขายของทั้งออนไลน์และออฟไลน์เลยทีเดียว ซึ่งคุณจะไม่ต้องเสียเวลาในการค้นหาหรือทดลองเพื่อหาวิธีการจัดการสโตร์ที่ดี เพราะว่าเรามีผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมช่วยเหลือคุณในเรื่องของวิธีจัดร้านขายของอย่างไรถึงจะมีประสิทธิภาพมากที่สุด หรือถ้าหากคุณอยากได้ตัวช่วยอื่นๆ นอกจากโปรแกรมร้านสะดวกซื้อ เราก็มีระบบอื่นๆ ที่พร้อมจะช่วยเหลือและ Support คุณ เหากสนใจไม่ว่าจะเป็น โปรแกรมร้านค้าปลีกที่ใช้ฟรีได้ถึง 15 วัน หรือระบบอื่นๆ ละก็สามารถติดต่อเข้ามาหาเราได้โดยตรง

0
Would love your thoughts, please comment.x
()
x