Color Trend 2023 เทรนด์สีมาแรงที่เสริมแบรนด์ไม่ให้ตกเทรนด์

515 views

Colot Trend 2023 เทรนด์สีมาแรงเสริมแบรนด์ไม่ให้ตกเทรนด์

 

สี” เป็นองค์กรประกอบสำคัญในการสร้างแบรนด์และสะท้อนอัตลักษณ์ของแบรนด์ให้ออกมาอย่างเด่นชัด และมีประสิทธิภาพ เพราะในทุก ๆ สีนั้นล้วนส่งต่อหรือมอบความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป ทำให้การเลือกใช้สีลงไปในแบรนด์ต้องใช้ความพิถีพิถันเป็นพิเศษ เพื่อดึงดูดและสร้างภาพจำได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เห็น 

 

ซึ่งงานวิจัยของต่างประเทศได้เผยว่าคนทั่วไปส่วนใหญ่จะตัดสินใจในการเลือกซื้อภายใน 90 วินาทีตั้งแต่ได้ดูครั้งแรก โดยใน 62% ถึง 90% ตัดสินใจบนพื้นฐานของสีเป็นอันดับแรก ถึงแม้ว่าสีจะไม่มีตัวอักษรบ่งบอกความหมาย แต่กลับสร้างการรับรู้ให้ผู้ที่ได้เห็นตั้งแต่ครั้งแรกสะท้อนออกมาเป็นความรู้สึก สำหรับวันนี้จะพาไปรู้จัก Color Trend ในปี 2023 เทรนด์สีมาแรงที่เสริมแบรนด์ไม่ให้ตกเทรนด์ว่ามีอะไรบ้างและทำไมต้องตามเทรนด์สีเหล่านี้ด้วย ?

 

ทำไมต้องตามเทรนด์สีในแต่ละปี

 

เทรนด์สีในแต่ละปีที่ออกมานั้น บ่งบอกถึงแนวโน้มต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความชอบของผู้คน, แฟชั่น, งานดีไซน์ และอื่น ๆ แต่ต้องบอกก่อนเลยว่าบางครั้งเทรนด์สีก็มีการเปลี่ยนแปลงไม่ใช่แค่ปี แต่เป็นฤดูกาลเพราะแต่ละฤดูกาลมีเทรนด์สีที่แตกต่างกันออกไป ทำให้เกิดโทนสีใหม่ ๆ ขึ้นมาอยู่บ่อย ๆ ทำให้เหล่าบรรดานักออกแบบหรือดีไซเนอร์ต้องติดตามอยู่ตลอดเวลา เพื่อหาไอเดียใหม่ ๆ ของสีมาสร้างสรรค์เป็นผลงานไม่ให้ตกเทรนด์ในแต่ละช่วง

 

 

 

“สี” สำคัญอย่างไรในการสร้างแบรนด์

 

หากมองไปยังโลโก้และการเลือกใช้สีในการสื่อสารของแบรนด์ระดับโลก จะเห็นได้ว่าเพียงแค่เห็นสีครั้งแรก ชื่อแบรนด์ก็ผุดขึ้นมาในหัวแบบไม่ต้องคิด เพราะสีเป็นองค์ประกอบสำคัญในการออกแบบที่ทั้งช่วยในการสื่อสาร สื่ออารมณ์ และดึงดูดสายตา ดังนั้นแต่ละแบรนด์ต้องมีสีเป็นของตัวเอง เพื่อให้ผู้บริโภคหรือกลุ่มเป้าหมายจดจำได้ว่าคุณคือใคร แถมยังช่วยกระตุ้นการซื้อให้กับผู้ที่ได้เห็น แต่ทั้งนี้การเลือกใช้เทรนด์สีในปี 2023 หรือไม่ว่าปีไหน ก็ควรเลือกให้เหมาะกับสินค้าหรือบริการของคุณ 

 

 

เทรนด์สีปี 2023 Pantone คืออะไร ? 

“Pantone” ในวงการออกแบบเชื่อได้ว่าหลายคนรู้จักกันเป็นอย่างดี แต่รู้หรือไม่ว่าที่มาที่ไปของ Pantone คืออะไร ทำไมถึงเป็นผู้รวบรวมเทรนด์สีในแต่ละปีออกมา 

 

  • Pantone หรือ Pantone Matching System (PMS) คือ มาตรฐานของระบบสีที่ได้รับความนิยมและเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายทั่วโลก

     

  • จุดเริ่มต้นมาจากชื่อบริษัทที่ตั้งในรัฐนิวเจอรซีย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับสีด้านงานพิมพ์ทุกชนิด ที่เน้นในเรื่องของความแม่นยำและสมบูรณ์แบบของสีที่พิมพ์ออกมา

     

  • Pantone Formula Guide ได้ถูกนำมายึดเป็นค่าสีที่บอกรหัส ID กับโรงพิมพ์ต่าง ๆ ให้รับทราบเป็นทิศทางเดียวกันว่าสีที่ต้องการเป็นแบบไหน

     

  • มีค่าสีที่ตรง 100% พิมพ์หรือสั่งผลิตออกมาจะได้สีตามนั้นอย่างสมบูรณ์แบบ

     

เทรนด์สีในแต่ละปีของ Pantone Color of The Year มาอย่างไร ?

 

เริ่มต้นจากการทำ View Colour Planer หนังสือที่รวบรวมเทรนด์การใช้สีในการออกแบบ เพื่อให้นักออกแบบและแบรนด์ต่าง ๆ เข้าใจและรับรู้ถึงทิศทางของการใช้สีเบื้องต้น เป็นการสร้างโอกาสให้พวกเขาเหล่านั้นได้ใช้ Pantone เป็นค่ามาตรฐานสีในอนาคต หลังจากนั้นก็เริ่มก้าวไปอีกขั้น ด้วยการกำหนดสีประจำปี หรือ Pantone Color of The Year      ออกมาครั้งแรกในปี 2000 เกิดกระแสและสร้างอิทธิพลการออกแบบไปยังวงการต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง 

 

 

 

เทรนด์สีปี 2023 มีอะไรบ้าง ?

  1. สีดำเทา (Moonless Night) เป็นสีที่อยู่ในเทรนด์สีมาอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัยก็ตาม ซึ่งในปีนี้ 2023 สีดำเทา หรือ Moonless Night ยังคงสื่อถึงความตรงไปตรงมา และความชัดเจนในการเปลี่ยนแปลงที่ดีกว่าเดิมท่ามกลางปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น

     

  2. สีเหลืองอ่อน (Elfin Yellow) ถึงแม้จะเป็นสีที่ไม่ได้อยู่ในกระแสหลัก แต่ยังคงวนเวียนอยู่ในวงการออกแบบตลอดเวลา ซึ่งสีเหลืองอ่อน หรือ Elfin Yellow ให้ความรู้สึกยั่งยืน อ่อนโยน ออแกนิค มีความเป็นธรรมชาติ และยังสื่อถึงทัศนคติที่มีความมุ่งมั่นไปข้างหน้า แม้จะผ่านเรื่องราวหนักหนามาก็ตาม

     

  3. สีส้มแอปริคอต (Golden Apricot) เป็นสีที่จะพาย้อนกลับไปในวันวานของอดีตกับความสุขที่เกิดขึ้น สะท้อนความรู้สึกสดชื่น สนุกสนาน อบอุ่น และตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา

     

  4. สีเขียวมะนาว (Lime Green) เป็นสีที่นักออกแบบและดีไซเนอร์มักหยิบจับมาใช้งานอยู่ตลอดในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในวงการดิจิทัล เพราะเป็นสีที่สะท้อนผ่านการเชื่อมโยงระหว่างสิ่งแวดล้อมและสุนทรียภาพบนโลกดิจิทัลของเหล่า Gen Z อีกทั้งสีเขียวมะนาว หรือ Lime Green ยังสื่อถึงความสดชื่น สนุกสนาน สดใส อยู่ตลอดเวลาอีกด้วย

     

  5. สีเขียวอมฟ้า (Deep Lake) เทรนด์สีแห่งธรรมชาติและน้ำทะเล โดยสีเขียมอมฟ้า หรือ Deep Lake เป็นตัวแทนสีของทุกคนไม่ว่าเพศไหนก็ตาม รวมไปถึงยังสามารถหยิบไปใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างครอบคลุม เพราะเป็นสีที่สื่อถึงพลัง ความกล้าหาญ ความแข็งแกร่ง ความไม่ยอมแพ้ ความหวัง การเปิดใจ และการฟื้นฟู

     

  6. สีแดงก่ำ (Scarlet Sage) อีกหนึ่งเฉดสีที่มีโอกาสกลายเป็นสีหลักในฤดูร้อนที่จะถึงนี้ เพราะด้วยสีแดงก่ำ หรือ Scarlet Sage มีความโดดเด่น ดึงดูดความสนใจได้ง่าย และเมื่อไปอยู่กับสีเฉดอื่นแล้วละก็ ยิ่งเพิ่มความโดดเด่นให้สีนี้มากขึ้น อีกทั้งยังกระตุ้นอารมณ์ เติมพลัง และยังชวนให้น่าหลงใหล

     

  7. สีม่วงเข้ม (Phlox) เป็นเทรนด์สีที่ถูกนิยามไว้ว่าเป็นแนวคิดของด้านดิจิทัล ที่เชื่อมโยงกับโลก Metaverse ที่สร้างความเหนือจริง อาจกลายเป็นศูนย์กลางใหม่ของการปฏิสัมพันธ์ทางเครือข่ายในกลุ่มของงานช่างฝีมือดิจิทัลที่ปราศจากวัสดุจริง หรือแตกออกเป็นศิลปะอีกแนวใหม่ที่น่าสนใจ 

 

สีกับแบรนด์เป็นของคู่กัน เพราะไม่ว่าจะเป็นการสื่อสาร การใส่สีในโลโก้ หรือการทำ CI ให้กับแบรนด์นั้น ต้องมีความโดดเด่นพร้อมสะท้อนความเป็นแบรนด์ได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้เทรนด์สีในแต่ละปียังส่งผลไปยังวงการเทรนด์สีแฟชั่นในปี 2023 นี้อีกด้วย สำหรับใครที่กำลังเริ่มต้นสร้างแบรนด์ หรือมีอยู่แล้ว ควรหยิบจับเทรนด์ต่าง ๆ ของสีไปสร้างสรรค์ไม่ให้ตกเทรนด์กันด้วยล่ะ

 

 

 

สนใจใช้ระบบจัดการร้านค้าครบวงจร

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

โทร 02-026-6423

Line: @zort

0
Would love your thoughts, please comment.x
()
x