ความแตกต่างของธุรกิจ B2B กับ B2C ที่คนทำธุรกิจควรรู้

8 views

โมเดลธุรกิจ B2B และ B2C ต่างกันอย่างไร คนทำธุรกิจควรรู้!

 

จะเห็นได้ว่าคนรุ่นใหม่หลาย ๆ คนนิยมหันมาทำธุรกิจส่วนตัวกันเป็นจำนวนมาก และยังมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่กำลังสนใจ หรืออยู่ในระหว่างการหาข้อมูลเพื่อเตรียมตัวปั้นธุรกิจของตนเอง ปัจจุบันนี้ ธุรกิจก็มีหลากหลายรูปแบบ ไม่ได้มีเพียงแค่การทำธุรกรรมกันระหว่างผู้ขาย-ผู้ซื้อ แต่ยังมีรายละเอียดเบื้องหลังของธุรกิจอีกมากมายที่ถูกพัฒนาออกมาเป็นธุรกิจในรูปแบบต่าง ๆ ที่หลากหลายและตอบโจทย์มากขึ้น

 

หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่ต้องการทำธุรกิจ หรือกำลังสนใจในวงการธุรกิจ น่าจะเคยได้ยินเรื่องของ โมเดลธุรกิจแบบ B2B/B2C หรือศัพท์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจ แต่อาจยังไม่เข้าใจกระบวนการของสิ่งเหล่านี้เท่าใดนัก บทความนี้จะขอชวนคุณมาทำความรู้จักกับรูปแบบของธุรกิจเหล่านี้กัน

 

ธุรกิจ B2B คืออะไร?

เริ่มต้นกันที่ธุรกิจ B2B (Business To Business) โดย B ตัวแรกนั้น หมายถึง ธุรกิจของเราเอง (หรือตัวธุรกิจตั้งต้น) ส่วน B ตัวที่สอง นั้นหมายถึงธุรกิจหรือองค์กรอีกเจ้าหนึ่งที่มาว่าจ้างนั่นเอง

 

โดยโมเดลแบบ B2B นั้นจะไม่ใช่กิจกรรมระหว่างผู้ขายกับผู้ซื้อ ไม่ใช่การขายมาจ่ายไปแล้วจบ แต่มีกระบวนการทำงานที่มีรายละเอียดมากกว่า กล่าวคือ โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้จะเน้นทำบริการเพื่อ Support กลุ่มธุรกิจหรือองค์กรให้เข้าถึงลูกค้าของธุรกิจนั้น ๆ และมีแนวโน้มที่จะได้รับความสนใจมากขึ้น ซึ่งที่มาของรายได้ของธุรกิจแบบ B2B นั้นจะมาจากธุรกิจหรือองค์กรที่เป็นผู้ว่าจ้าง

 

ตัวอย่างโมเดลธุรกิจ B2B ในไทย

หากยังไม่เห็นภาพ เราจะขอยกตัวอย่างธุรกิจในไทยที่เป็นโมเดลธุรกิจแบบ B2B มาแนะนำให้คุณรู้จักกัน จะได้เข้าใจลักษณะของธุรกิจแบบนี้ชัดเจนมากขึ้น

 

  • บริษัทสกินแคร์ ก. ที่ผลิตสินค้าแล้วส่งมอบให้บริษัทข. นำไปติดแบรนด์ของตนเอง จากนั้นก็ทำการโปรโมทและขายสินค้าให้แก่ลูกค้าในอีกทอดหนึ่ง
  • ธุรกิจที่เป็นผู้ผลิตสินค้าส่งให้กับองค์กรที่เป็นคู่ค้า เช่น ผลิตบรรจุภัณฑ์, เครื่องมือแพทย์ หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมต่าง ๆ
  • บริษัทเอเจนซี่ต่าง ๆ ที่ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา ช่วยวางแผนธุรกิจให้กับผู้ประกอบการของอีกธุรกิจหนึ่ง ช่วยดูแลระบบจัดการร้านค้า เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดังนั้น จะบอกว่าธุรกิจแบบ B2B นั้นเป็นโมเดลสไตล์สายซัพพอร์ตก็คงจะไม่ผิดนัก

 

ธุรกิจ B2C คืออะไร?

ต่อมาคือโมเดลธุรกิจแบบ B2C (Business To Customer) โดยตัว B ตัวแรกก็หมายถึงธุรกิจของเราเอง ส่วน C นั้นก็หมายถึงลูกค้าที่จะมาซื้อสินค้าหรือบริการจากธุรกิจของเรา

โมเดลธุรกิจแบบ B2C นั้นน่าจะเป็นที่คุ้นเคยและเข้าใจง่ายกว่า เพราะมันก็คือกิจกรรมการค้าขายระหว่างตัวธุรกิจกับลูกค้า โดยธุรกิจจะมีการนำเสนอสินค้าหรือบริการที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า และที่มาของรายได้ก็จะมาจากการที่ลูกค้าจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้าหรือบริการนั่นเอง ก็คือกิจกรรมแบบซื้อมา-ขายไป เริ่มต้นจากธุรกิจที่มีสินค้าหรือบริการบางอย่าง แล้วนำเสนอให้กับผู้ที่มีความต้องการและมีกำลังจ่ายเงินเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ รวมทั้งช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับลูกค้า

หากจะกล่าวให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือคนที่มีความต้องการขาย มาเจอกับคนที่มีความต้องการซื้อ แล้วเกิดกิจกรรมแลกเปลี่ยนกัน ผู้ขายได้ค่าตอบแทน ส่วนผู้ซื้อก็จะรู้สึกพึงพอใจเมื่อได้ในสิ่งที่ตนกำลังตามหานั่นเอง

 

ตัวอย่างโมเดลธุรกิจ B2C ในไทย

ในประเทศไทยนั้นมีผู้ประกอบการที่เป็นโมเดลธุรกิจแบบ B2C ที่มีชื่อเสียง และได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าอยู่เป็นจำนวนมาก ตัวอย่างเช่น

  • ธุรกิจร้านอาหารที่ทำหน้าที่ประกอบอาหารตามออเดอร์ของลูกค้า เมื่อเสิร์ฟอาหาร ลูกค้ารับประทานเรียบร้อยแล้วจ่ายเงินค่าอาหาร ก็ถือเป็นการสิ้นสุดกระบวนการขาย
  • ร้านค้าออนไลน์ทั้งหลายที่นำเสนอสินค้าให้กับลูกค้า แล้วส่งสินค้าตามคำสั่งซื้อ ลูกค้าก็จ่ายเงินค่าสินค้าแล้วรอรับสินค้า เมื่อได้รับก็ถือว่าเสร็จสิ้นกระบวนการขาย

 

หากมองเผิน ๆ การทำธุรกิจแบบ B2C อาจดูเหมือนได้เงินง่าย ๆ แต่ในความเป็นจริงนั้น สินค้าหรือบริการแต่ละอย่างจะได้รับความสนใจจากลูกค้าจนยอมจ่ายเงินได้นั้น จะต้องอาศัยปัจจัยประกอบหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นความน่าเชื่อถือของธุรกิจ คุณภาพของสินค้า/บริการ ความสมเหตุสมผลของราคา รวมทั้งการทำการตลาดเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายก็สำคัญมาก เพราะต่อให้สินค้าเราจะดีแค่ไหน แต่ถ้านำไปขายผิดที่ก็อาจจะไม่มีคนซื้อเลยก็เป็นได้

 

ความแตกต่างกันของธุรกิจ B2B และธุรกิจ B2C

แม้ว่าจะเป็นธุรกิจที่มีกระบวนการแลกเปลี่ยนเกิดขึ้นคล้าย ๆ กัน แต่ในเรื่องของกระบวนการทำงานของโมเดลธุรกิจ B2B กับธุรกิจ B2C นั้นแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด คือ

 

  • B2B จะเน้นสื่อสารกับองค์กร แต่  B2C จะเน้นสื่อสารกับลูกค้าโดยตรง
  • B2B มีกระบวนการทำงานที่ใช้เวลานานกว่า ส่วน B2C จะใช้เวลาในการซื้อ-ขาย ในระยะเวลาสั้น ๆ
  • B2B เป็นธุรกิจที่จะสร้างรายได้สูง แต่ต้องใช้เวลา ส่วน B2C จะเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้น้อยกว่า แต่จะได้บ่อยกว่า
  • B2B จะมีลักษณะการตลาดที่สร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ ให้คนมองว่าเป็นองค์กรที่เชี่ยวชาญในด้านนั้น ๆ แล้วเลือกซื้อสินค้า/บริการ ส่วน B2C จะทำการตลาดโดยเน้นเอ่ยถึงจุดเด่นของสินค้า/บริการ เพื่อกระตุ้นให้คนสนใจและต้องการซื้อโดยเร็ว

 

แล้วธุรกิจแบบ B2B2C คืออะไร?

นอกเหนือจาก B2B และ B2C แล้ว ยังมีโมเดลธุรกิจแบบ B2B2C ให้ได้ทำความรู้จักกันอีก เรียกได้ว่าเป็นขั้นกว่าของธุรกิจ 2 แบบข้างต้นเลยก็ว่าได้ เป็นการรวมตัวกันและต่อยอดการทำงานให้ครบวงจรมากขึ้น

 

โมเดล B2B2C นั้นย่อมาจาก Business To Business To Customer เป็นธุรกิจที่เหมือนเป็นตัวกลางในการทำงานเพื่อตอบโจทย์ธุรกิจที่เป็นผู้ประกอบการ รวมถึงเป็นผู้ที่นำเสนอสินค้า/บริการเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอีกด้วย

 

ตัวอย่างของธุรกิจแบบ B2B2C ที่ทุกคนน่าจะคุ้นเคยกันดีก็คือแพลทฟอร์มธุรกิจออนไลน์ E-Commerce และแอปพลิเคชั่นซื้อ-ขายสินค้าอย่าง Shopee, Lazada ที่ทำหน้าที่เป็นทั้งแผงสำหรับเหล่าผู้ขายสินค้าที่ต้องการพื้นที่ในการขาย และยังเป็นแหล่งรวมสินค้ามากมายที่นำเสนอสินค้าเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของเหล่าลูกค้าที่มีความต้องการซื้อ

 

กล่าวคือเป็นเหมือนตัวกลางที่นำพาเอาผู้ซื้อและผู้ขายมาเจอกันได้ง่าย ๆ ผู้ขายก็มีโอกาสขายได้มากขึ้น ส่วนผู้ซื้อ ก็มีทางเลือกในการซื้อสินค้าที่สะดวกและครบวงจรมากขึ้นนั่นเอง

 

อย่างที่บทความนี้ได้กล่าวไปนั้น จะเห็นได้เลยว่ารูปแบบของการทำธุรกิจมีหลากหลาย หากคุณเองเป็นอีกคนหนึ่งมีความสนใจและอยากทำธุรกิจ ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม และทำความเข้าใจลักษณะของแต่ละธุรกิจ เพื่อให้การดำเนินธุรกิจในอนาคตนั้นเป็นไปตามวัตถุประสงค์ และสร้างผลกำไรได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

 

สนใจใช้ระบบจัดการร้านค้าครบวงจร

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

โทร 02-026-6423

Line: @zort

0
Would love your thoughts, please comment.x
()
x