5 เทคนิคขายของบน Facebook อย่างไรให้ปัง

       วันนี้เราลองมาดูวิธีโพสขายของ Facebook ฉบับขายอย่างไรให้ปังกันเถอะ สำหรับเทคนิคที่ ZORT นำมาเสนอในวันนี้เรียกได้ว่าเป็นวิธีขายของออนไลน์ด้วยเทคนิคพื้นฐาน ที่ไม่ว่าจะขายของใน Marketplace Facebook หรือโพสขายบนเพจเฟสบุ๊คก็สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ทันที มาดูทั้ง 5 เทคนิคดังนี้เลย

 

1.) เลือกเวลาโพสต์ให้เหมาะสม

 

เทคนิคขายของบน Facebook เลือกเวลาโพสต์

 

      เทคนิคขายของบน Facebook อย่างแรกคือการเลือกเวลาโพสต์ขายสินค้า ใครที่เคยลงสินค้าตามใจฉัน อยากขายเมื่อไหร่ก็โพสต์อาจจะต้องพิจารณาใหม่ เพราะจากสถิติการใช่งาน Facebook ของผู้บริโภคปีล่าสุดให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่าช่วงเวลาที่โพสต์คอนเท้นท์ลงบน Facebook แล้วเกิด Engagement หรือเกิดการกด Like การคอมเม้นท์ และการแชร์มากที่สุดคือวันพุธ เวลา 11.00 น. และ 13.00 – 14.00 น. ส่วนช่วงเวลาที่เหมาะแก่การโพสต์ในวันอื่น ๆ คือเวลา 07.00 – 17.00 น. ของทุกวัน และวันที่แย่ที่สุดคือวันอาทิตย์ หากอยากให้สินค้าของเราเข้าถึงลูกค้าได้มากที่สุดก็ต้องปรับเวลาการโพสต์ให้ตรงกับพฤติกรรมการเล่น Facebook ของลูกค้าด้วย

 

2.) ระวังคำต้องห้าม ถูกปิดการมองเห็น

 

ระวังคำต้องห้าม ถูกปิดการมองเห็น     

 

ปัจจุบัน Facebook มีระบบตรวจสอบคอนเท้นท์ที่ไหลเวียนอยู่ในหน้า News feed มากขึ้น และทำการปิดกั้นการมองเห็นเนื้อหาบางอย่างที่เข้าข่ายเป็นภัยต่อสังคม Facebook โดยตรวจจับรูปภาพและคีย์เวิร์ดบางประเภท เช่น คอนเท้นท์ที่มีลักษณะโฆษณาเกินจริง หรือชวนให้เข้าใจผิด โดยเฉพาะกลุ่มโฆษณาผลิตภัณฑ์ประเภทอาหารเสริม หรือยาลดน้ำหนัก เช่น “ขาวไว” “เร่งผอม” “เห็นผล 100%” หรือคำโปรยชวนเชื่อ เช่น “รวยทางลัด”  เป็นต้น นอกจากนี้แล้วยังมีเนื้อหาต้องห้ามอื่น ๆ ที่ร้านค้าควรหลีกเลี่ยง สามารถอ่านรายละเอียดข้อกำหนดเพิ่มเติมของ Facebook Community ได้ที่หัวข้อเนื้อหาต้องห้าม

 

3.) จัดโปรเกาะกระแสโซเชียล 

 

เทคนิคขายของบน Facebook เกาะกระแสโซเชียล

 

       เทคนิคการขายของผ่าน Facebook ที่น่าสนใจมากในยุคสมัยนี้คือการขายแบบเกาะกระแสหรือ Real-time marketing คือการนำสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เป็นกระแสอยู่ ณ ตอนนั้นมาโปรโมทหรือทำโปรโมชั่นให้เกี่ยวข้องกับกระแสบนโลกโซเชียล ตัวอย่างการจัดแคมเปญที่ประสบความสำเร็จมากคือกรณีศึกษา “เจน-นุ่น-โบว์” ที่หลายต่อหลายแบรนด์พากันจัดโปรโมชั่นล้อกับกระแสเพลงฮอตของวงซุปเปอร์วาเลนไทน์ เช่น “ใครชื่อเจน นุ่น โบว์ รับส่วนลดทันที XXX บาท เฉพาะวันนี้เท่านั้น” ซึ่งแคมเปญนี้ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม ชาวโซเชียลพากันมารับดีลส่วนลดพิเศษนี้ หรือบางคนที่ไม่ได้ชื่อ เจน-นุ่น-โบว์ ก็แชร์ภาพแคมเปญนี้ออกไปแล้วแท็กเพื่อนด้วยความรู้สึกขบขัน ซึ่งก็เหมือนเป็นการโปรโมทสินค้าให้กับแบรนด์โดยที่แบรนด์ไม่ต้องเสียค่าโฆษณาเลยสักบาทเดียว 

 

 

4.) ภาพถ่ายสินค้าดูดี น่าซื้อ

 

เทคนิคขายของบน Facebook ภาพถ่าย

 

       ภาพถ่ายสินค้ามีผลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้าสูงมาก เพราะการช๊อปออนไลน์ลูกค้าไม่สามารถสัมผัสสินค้าจริงก่อนทำการตัดสินใจซื้อสินค้า สินค้าบางชนิดอาจมีรูปภาพสวย ๆ สำเร็จรูปที่มาจากทางผู้ผลิต ซึ่งร้านค้าสามารถนำไปใช้ได้เลย แต่การมีภาพจริงที่ถ่ายโดยร้านค้าเองก็ช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือของร้านค้าได้ และทำให้ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นมากกว่าร้านที่มีแต่ภาพสำเร็จรูป ดังนั้นร้านค้าควรให้ความสำคัญกับการถ่ายรูปสินค้าเองในมุมต่าง ๆ เพื่อให้ลูกค้าใช้ประกอบการตัดสินใจได้มากขึ้น โดยมีการจัดฉากหลัง มีพร็อพประกอบให้ดูน่าสนใจ ใช้แสงและไฟช่วย รวมทั้งแต่งรูปภาพให้ดูสวยงามน่าใช้ และคำนึงถึงความคมชัดของภาพถ่าย นอกจากนี้ร้านค้าอาจทำคอนเท้นท์แนวรีวิวสินค้าจากการใช้งานจริงด้วยก็ได้เช่นกัน

 

 

5.) ให้ข้อมูลสินค้าครบถ้วน

 

เทคนิคขายของบน Facebook ให้ข้อมูลครบ

 

       การขายของบน Facebook นั้นต้องแข่งกับเวลามาก ๆ เพราะลูกค้าอาจเห็นสินค้าของเราบน News feed ได้ในช่วงสั้น ๆ ก่อนที่จะกดเลื่อนผ่านไป ร้านค้าจึงควรบอกข้อมูลสินค้าให้ครบถ้วน เพื่อที่ลูกค้าจะสามารถตัดสินใจซื้อได้ทันที ข้อมูลสำคัญที่ลูกค้าอยากรู้ที่สุดก็คงหนีไม่พ้นเรื่องราคา ร้านค้าอาจคิดว่าการเปิดราคาในโพสต์ของตัวเองจะทำให้โดนตัดราคาจากร้านคู่แข่ง และคิดว่าการดึงลูกค้าให้เข้ามาคุยหลังไมค์จะช่วยปิดการขายได้ง่ายขึ้นและสามารถส่งข้อเสนออื่น ๆ ให้ลูกค้าพิจารณาเพิ่มได้เป็นราย ๆ แต่ในมุมมองของลูกค้า การปิดราคาไว้ให้สอบถามทาง Inbox อาจก่อให้เกิดความไม่สบายใจ เนื่องจากลูกค้าอาจคิดว่ายุ่งยาก ร้านค้าไม่จริงใจ หรือจงใจหมกเม็ดไม่ยอมบอกข้อมูลให้ครบ หรือร้านค้าตั้งราคาขายให้แต่ละคนไม่เท่ากันเป็นต้น อีกทั้งการที่ต้อง Inbox ไปถามข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมยังเสียเวลาลูกค้า เพราะต้องรอแอดมินตอบ ลูกค้าไม่สามารถเปรียบเทียบราคาและตัดสินใจซื้อได้ทันที และอาจทำให้ร้านค้าเสียโอกาสในการขายได้ในที่สุด

       สุดท้ายนี้ถึงแม้ร้านค้าแต่ร้านจะมีสินค้าและจุดขายไม่เหมือนกัน แต่ก็สามารถลองนำเทคนิคขายของบน Facebook ทั้ง 5 นี้ไปปรับใช้งานให้เหมาะสมกับสินค้าของตัวเองได้อย่างแน่นอน ได้ผลเป็นอย่างไรอย่าลืมมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะ ส่วนใครที่ขายดิบขายดีอยากได้ตัวผู้ช่วยมาจัดการออเดอร์และร้านค้าให้เป็นระเบียบและทำงานง่ายขึ้นก็สามารถขอคำปรึกษาจาก ZORT กันได้เลย

 

ติดต่อเราที่ Line: @zort หรือ โทร 02-026-6423

Share post

0
Would love your thoughts, please comment.x
()
x