ฝากขายสินค้า ง่ายดี ไม่ต้องมีหน้าร้าน คนทำธุรกิจออนไลน์ควรรู้!

40 views

ฝากขายสินค้า โดยไม่ต้องมีหน้าร้าน ช่วยเพิ่มยอดขายและลดต้นทุนได้อย่างไร

 

แน่นอนหากร้านค้ามีทำเลดีสำหรับการขายของ โอกาสการขายของจะมีเพิ่มขึ้น ดังนั้น จึงทำให้พ่อค้าแม่ค้าต่างให้ความสำคัญสำหรับการเลือกทำเลที่ดี โดยส่วนใหญ่ทำเลดีนั้นจะมีค่าเช่าสูง ทำให้สู้ราคาไม่ไหว ไหนต้องจ่ายค่าเช่า ค่าตกแต่ง และค่าอื่น ๆ อีกมากมาย หรือหากร้านไหนตั้งอยู่ในทำเลไม่ดี ขายของไม่ได้ สินค้าค้างสต๊อก ขายได้ช้า เงินทุนจมลงไปเรื่อย ๆ จึงทำให้หลายแบรนด์จึงเลือกใช้วิธีการฝากขายของแทนการมีหน้าร้าน ใครที่อยากฝากขายสินค้าบ้าง แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยังไง วันนี้ ZORT ชวนพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ทุกท่านมารู้จักการฝากขายของคืออะไร มีช่องทางไหนที่รับฝากขายสินค้า รวมถึงข้อดีและข้อเสียในการฝากขายของอะไรบ้าง มาดูกันเลย

 

การฝากขายของ คืออะไร?

การฝากขาย หรือ Consignment คือ การที่เจ้าของสินค้าหรือเจ้าของแบรนด์สินค้าไป ฝากขายสินค้าตามร้าน ห้างสรรพสินค้า รวมถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ ซึ่งการที่เจ้าของแบรนด์นำสินค้าไป ฝากขายสินค้าตามร้านนั้นคุณก็ยังถือว่ายังเป็นเจ้าของแบรนด์เหมือนเดิม จนกว่าสินค้าจะถูกขายออกไป ทั้งนี้ รายได้ที่มาจากการขายของทางเจ้าของแบรนด์จะมีการแบ่งให้กับร้านที่รับฝากขายสินค้า หรือที่เรียกว่าเป็นค่าคอมมิชชั่นตามแต่ตกลงกัน

 

ความแตกต่างของการขายสินค้ากับฝากขายสินค้า

เผื่อว่าพ่อค้าแม่ค้าคนไหนที่ยังสับสน หรือไม่แน่ใจการขายสินค้าด้วยตัวเอง หรือการฝากขายสินค้านั้น มีความแตกต่างกันอย่างไร เราจึงสรุปสั้น ๆ เพื่อให้เข้าใจได้ง่าย ดังนี้

 

  • หากเจ้าของแบรนด์ขายสินค้าเอง เมื่อลูกค้าซื้อสินค้าไปกรรมสิทธิ์ของสินค้าตกเป็นของผู้ซื้อทันที ส่วนการฝากขายของนั้นกรรมสิทธิ์สินค้าก็ยังเป็นของเจ้าของแบรนด์ ไม่ได้โอนให้กับร้านฝากขายสินค้า แต่ถ้าสินค้าขายได้กรรมสิทธิ์จะถูกเปลี่ยนไปเป็นของผู้ซื้อ

  • รายได้หรือกำไรจากการฝากขายสินค้า เพราะการฝากขายของไม่ใช่เป็นการขายของ สินค้ายังไม่ได้ถูกซื้อไปจริง ๆ ดังนั้น รายได้หรือกำไรก็ยังไม่เกิดขึ้น จนกว่าผู้รับฝากขายจะขายสินค้าให้กับเราได้

  • ผู้รับฝากขายสินค้าหน้าร้าน สามารถขอคืนสินค้าได้ทุกเมื่อ ถ้าไม่ต้องการที่จะเป็นตัวแทนขายแล้ว

  • การดูแลสินค้า หากเป็นฝากขายสินค้า ผู้รับฝากขายสินค้าจะเป็นผู้รับผิดชอบในการดูแลสินค้า เพื่อให้สินค้าปลอดภัย พร้อมทั้งต้องบึนทึกรายการสินค้าที่รับฝากขายมีอะไรบ้าง จำนวนเท่าไหร่

  • การจ่ายเงินซื้อสินค้า กรณีที่ขายของเองผู้ซื้อจะซื้อสินค้ากับเจ้าของแบรนด์โดยตรง คุณได้รับเงินทันที แต่ถ้าเป็นการฝากขายสินค้า ผู้รับฝากขายสินค้าจะเป็นผู้รับเงินจากลูกค้า จากนั้นค่อนส่งเงินให้กับคุณหลังจากหักค่าคอมมิชชั่นตามที่ได้ตกลง

ช่องทางการฝากขายสินค้ามีให้เลือกกี่ประเภท

ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป การขายสินค้าไม่จำเป็นจะต้องเช่าสถานที่ต่าง ๆ เพื่อเปิดร้านแล้วรอให้ลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้าที่ร้าน แต่สามารถเลือกให้ตัวแทนขายสินค้าให้กับเราได้ ซึ่งวิธีนี้เรียกว่าเป็นการ “ฝากขายสินค้า” นั่นเอง ซึ่งปัจจุบันมีช่องทางให้เลือกมากมาย ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้

 

1. ฝากขายสินค้ากับร้านค้าทั่วไป

การฝากขายของกับร้านค้าทั่วไป คือ เจ้าของแบรนด์ติดต่อกับร้านค้าที่ขายสินค้าประเภทเดียวกัน หรือสินค้าที่มีความใกล้เคียงกัน เช่น ขายเครื่องสำอาง ติดต่อร้านใหญ่ที่ขายเครื่องสำอางทุกประเภท มีให้เลือกหลากหลายแบรนด์ หากคุณสามารถติดต่อนำสินค้าเข้าไปขายได้ โอกาสในการเพิ่มมากขึ้น ยิ่งร้านที่มีสาขาเยอะ ๆ สินค้าก็จะกระจายได้มากขึ้น เป็นต้น

 

2. ฝากขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ

ด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคหันมาสนใจในการซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น ดังนั้น คุณสามารถนำสินค้าไปขายได้ที่แพลมฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Shopee, Lazada, NocNoc.com หรือ Line My Shop เป็นต้น ซึ่งการฝากขายสินค้าทางออนไลน์นั้นจะช่วยให้ผู้ซื้อสะดวกมากขึ้น อีกทั้งการขายทางออนไลน์คุณไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้าน สามารถขายสินค้าที่บ้านได้เลย

 

สิทธิและหน้าที่ผู้ฝากขายของและผู้รับฝากขายมีอะไรบ้าง

เอาล่ะ! เมื่อเข้าใจเบื้องต้นกันแล้วว่าการฝากขายสินค้าคืออะไร คราวนี้มาดูในส่วนสิทธิและหน้าที่ทั้งของผู้ฝากขายและผู้รับฝากขายสินค้า ดังนี้

 

สิทธิและหน้าที่ของผู้ฝากขาย

เริ่มสิทธิและหน้าที่ของผู้ฝากขาย หรือเรียกให้เข้าใจง่าย ๆ ผู้ที่เป็นเจ้าของสินค้า หรือเจ้าของแบรนด์สินค้า ซึ่งจะมีสิทธิและหน้าที่ ดังนี้

  • สิทธิของผู้ฝากขายของ
    • กรรมสิทธิ์สินค้าที่นำไปฝากขายของยังคงเป็นของเจ้าของสินค้า
    • ผู้ฝากขายมีสิทธิให้ผู้รับฝากขายทำรายงานในการขายสินค้า เพื่อแสดงรายการสินค้าที่ขายได้
    • กรณีผู้รับฝากขายสินค้าหน้าร้านเกิดปัญหาการเงิน เช่น ล้มละลายหรือเลิกกิจการ ผู้ฝากขายมีสิทธิที่จะเรียกร้องให้ผู้รับฝากขายส่งคืนสินค้าและเงินที่คงค้างทั้งหมด

  • หน้าที่ของผู้ฝากขายของ
    • ผู้ฝากขายของนั้นจะต้องปฏิบัติตามสัญญาที่ได้ทำร่วมกันกับผู้รับฝากขาย
    • กรณีที่ผู้ฝากขายไม่ได้ทำสัญญาไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ก็ต้องยึดปฏิบัติตามกฎหมายที่ว่าด้วยตัวแทน

 

สิทธิและหน้าที่ของผู้รับฝากขาย

เมื่อรู้สิทธิและหน้าที่ของผู้ฝากขายแล้ว คราวนี้มาดูสิทธิและหน้าที่ของผู้รับฝากขายกันบ้าง มีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่าง โดยจะมีสิทธิและหน้าที่ ดังนี้

 

  • สิทธิของผู้รับฝากขาย
    • ร้านรับฝากขายสินค้า มีสิทธิที่จะได้รับเงิน สำหรับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับสินค้าฝากขายที่จ่ายให้ไปก่อน เช่น ค่าภาษี ค่าเก็บรักษาสินค้า ค่าขนส่ง ค่าเบี้ยประกันภัย เป็นต้น

    • ผู้รับฝากขายมีสิทธิที่ได้รับเงินค่าตอบแทน หรือ ค่าคอมมิชชั่น จากการรับฝากขายของ โดยที่ค่าตอบแทนเป็นไปตามที่ตกลงกัน

    • ผู้รับฝากขายมีสิทธิที่จะพิจารณาให้สินเชื่อกับลูกค้าที่มาซื้อสินค้า แล้วถ้าเกิดหนี้สูญขึ้น ผู้ฝากขายจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบภาระหนี้สูญนั้น

    • ผู้รับฝากขายมีสิทธิในการค้ำประกันสินค้าที่ขายให้กับลูกค้า ในฐานะที่เป็นผู้ขายสินค้าหรือใน ฐานะตัวแทนการค้าสินค้า

 

  • หน้าที่ของผู้รับฝากขาย
    • ร้านรับฝากขายสินค้านั้น มีหน้าที่ความรับผิดชอบในการดูแลสินค้า

    •  ทำหน้าที่เก็บรักษาสินค้าที่ได้รับฝากขาย โดยแยกต่างหากจากสินทรัพย์ที่เป็นของตัวเอง เพื่อจะได้รู้ว่าสินทรัพย์อะไรเป็นของผู้ฝากขายของ และสินทรัพย์อะไรที่เป็นของผู้รับฝากขาย

    • ผู้รับฝากขายสินค้าหน้าร้าน ต้องขายสินค้าตามราคาและเงื่อนไขที่ผู้ฝากขายกำหนดไว้เท่านั้น

    • ผู้ฝากขายของต้องจัดทำรายงานบันทึกการขาย เพื่อแสดงให้ผู้ฝากขายได้รู้เกี่ยวกับสินค้า

    • ผู้รับฝากขายต้องส่งเงินในการขายให้ผู้ฝากขายของ หลังจากที่ได้หักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ รวมถึงค่าตอบแทน

    • กรณีที่ผู้รับฝากขายปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้า จะต้องทำหน้าที่ในการติดตามเก็บเงินมาด้วย

 

การฝากขายสินค้า มีข้อดี และ ข้อเสีย อย่างไร?

อีกหนึ่งคำถามที่ยังคงคาใจสำหรับพ่อค้าแม่ค้าหลายคน นั่นก็คือ การฝากขายสินค้า มีข้อดีและข้อเสียอย่างไร วันนี้ ZORT จึงสรุปมาให้กับพ่อค้าแม่ค้าทุกท่าน ได้รู้ถึงข้อดีและข้อเสีย เพื่อประกอบการพิจารณาว่าจะเลือกการขายของเอง หรือฝากขายของ มาดูกัน

 

ข้อดีการฝากขายสินค้า

  • สามารถเลือกทำเลขายสินค้าได้อย่างเหมาะสมกับกลุ่มลูกค้า เนื่องจากมีตัวเลือกในการวางสินค้าเยอะ
  • เพิ่มช่องทางการขาย โอกาสในการขายของ และสามารถขยายตลาดให้ลูกค้าเห็นสินค้าของเรามากขึ้น โดยที่ไม่ต้องลงทุนมีหน้าร้าน หรือเปิดสาขาเพิ่ม
  • ควบคุมราคาสินค้าให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน การฝากขายของ เจ้าของสินค้าจะเป็นผู้กำหนดราคาขายและเงื่อนไขการขายให้กับร้านฝากขายสินค้าเอง กรณีที่ร้านไหนขายเกินราคา หรือไม่ทำตามเงื่อนไขก็มีสิทธิที่จะเรียกสินค้าคืนได้
  • ลดต้นทุนค่าใช้จ่าย เช่น ค่าพนักงาน ค่าเช่าที่ร้าน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เพราะร้านค้าที่รับฝากส่วนใหญ่จะเก็บเป็นค่าคอมมิชชั่นจากการขายสินค้า ดังนั้น ถ้าขายได้น้อยก็เสียค่าคอมมิชชั่นน้อย ทำให้ไม่ต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายคงที่ทุกเดือน

 

ข้อเสียการฝากขายสินค้า

  • ร้านค้ารับฝากขายสินค้าหน้าร้าน หรือร้านค้ารับฝากขายสินค้าออนไลน์ แต่ละร้านก็มีการเรียกเก็บค่าคอมมิชชั่นไม่เท่ากัน บางร้านอาจเก็บค่าคอมมิชชั่นแพง ทำให้เราได้กำไรจากขายน้อย หรือบางร้านมีการรับ ฝากขายสินค้า ชนิดเดียวกันหลาย ๆ แบรนด์ ถ้าหากสินค้าแบรนด์ไหนให้ค่าคอมมิชชั่นดีกว่า พนักงานก็มีสิทธิ์ที่จะเร่งขายสินค้าแบรนด์นั้นมากกว่า ทำให้เป็นการตัดกำไรกันเอง
  • สินค้าที่นำไปฝากขายอาจจะไม่มีคนแนะนำหรือเชียร์ขายสินค้า ทำให้ลูกค้าไม่รู้คุณสมบัติที่แท้จริงของสินค้า
  • ติดตามหรือเช็คสต๊อกสินค้าได้ยาก ยิ่งถ้าเราฝากขายสินค้าหลาย ๆ ร้าน อาจจะทำให้ไม่รู้สต๊อกสินค้าตอนนี้เหลือเท่าไหร่ นั่นถือเป็นข้อเสียที่อาจทำให้สินค้าค้างสต๊อก เงินทุนจมโดยที่ไม่รู้ตัว เพราะกว่าที่จะได้รับรายงานการขายก็ต้องรอสิ้นเดือน แล้วยิ่งถ้าเป็นสินค้าที่มีวันหมดอายุ โอกาสที่เราจะขาดทุนก็มีสูงเหมือนกัน

 

หลังจากที่ได้อ่านบทความนี้แล้ว เชื่อว่าผู้ประกอบการทุกท่านน่าจะมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับ “การฝากขายสินค้า” มากขึ้น ส่วนเพื่อน ๆ คนไหนที่ฝากขายของแล้วเกิดมีปัญหา ในเรื่องการจัดการสต๊อกสินค้า ไม่รู้ว่าสินค้าตอนนี้เหลืออยู่เท่าไหร่ หรือว่าร้านรับฝากขายสินค้าแต่ละร้านที่ได้นำสินค้าไปฝากขายสามารถทำกำไรได้เท่าไหร่ ร้านไหนที่ขายดี สินค้าไหนขายดี อย่าลืมให้ ZORT เป็นตัวช่วยดูแลธุรกิจการขายของคุณ

 

สนใจใช้ระบบจัดการร้านค้าครบวงจร

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

โทร 02-026-6423

Line: @zort

0
Would love your thoughts, please comment.x
()
x