คอนเทนต์แนวนี้เหมาะกับ Generation ไหน?

Share:

คอนเทนต์แบบนี้เหมาะกับ Generation ไหน?

ชนะใจลูกค้าด้วยการผลิตคอนเทนต์แบบ Focus Generation ที่จะทำให้แบรนด์เติบโตอย่างก้าวกระโดด!

ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน ข้อมูล ข่าวสารต่างๆถูกส่งหากันอย่างรวดเร็ว ซึ่งสามาระเข้าถึงคนได้ทุกวัย ทำให้แต่ละธุรกิจหันมาใช้สื่อ Social Media ในการสื่อสารแบรนด์ในการทำการตลาด ผ่านสิ่งที่เราเรียกว่า Content แต่เอ้ะ! จะสื่อสารยังไงให้สามารถเข้าถึงแต่ละ “ช่วงวัย” ได้หละ? วันนี้ ZORT จะพาไปหาคำตอบกัน!

  • Baby Boomer

เริ่มกันที่กลุ่ม Baby Boomer หรือกลุ่มที่เกิดในช่วงปี พ.ศ. 2490-2510 กลุ่มนี้จะมีช่วงอายุระหว่าง 55-75 ปี โดยกลุ่มนี้จะเป็นช่วงอายุวัยเกษียณ ที่มีเวลาว่างค่อนข้างเยอะที่สุด โดยแพลตฟอร์มที่เล่นส่วนมากจะเป็น Facebook

Baby Boomer ถือว่าเป็นกลุ่มที่ไม่ค่อยกังวลเรื่องเงินสักเท่าไหร่ เป็นปัจจัยที่ทำให้กลุ่มนี้ เป็นฐานลูกค้าหลักของตลาดมาโดยตลอด โดยประเภทสินค้าที่กลุ่มนี้สนใจส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าจำพวก สุขภาพ,อาหาร และสิ่งของอำนวยความสะดวกต่างๆในการใช้ชีวิต

จาการสำรวจพบว่าคอนเทนต์ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มนี้ได้อย่างดีที่สุด คือคอนเทนต์รูปแบบของคลิปวีดีโอที่มีลักษณะเป็นละคร ภาพยนตร์โดยอาจตัดเอาจุด Highlight ของคลิปขึ้นใน 3 วิแรกเพื่อดึงดูความสนใจ หากเป็นคอนเทนต์แนวบทความจะเป็นประเภทบทความที่เข้าใจง่าย และให้ความสำคัญกับการใช้คำค่อนข้างเยอะ การใช้คำแสลงถือว่าไม่ค่อยเหมาะกับช่วงวัยนี้

ดังนั้นหากร้านค้าใดต้องการเข้าถึงกลุ่มนี้ควรใช้บทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสุขภาพ พร้อมเนื้อหาสาระที่เข้าใจง่ายการจับประเด็นที่ชัดเจน จะทำให้คุณสามารถส่งต่อการสื่อสารนั้นๆ ไปถึงกลุ่มนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • GEN X

ต่อกันที่ GEN X หรือกลุ่มที่ในช่วงปี พ.ศ. 2511-2525 กลุ่มนี้จะมีช่วงอายุราว 41-55 ปี โดยกลุ่มนี้จะเป็นช่วงวัยของการหากินหรือที่เราเรียกว่ามนุษย์เงินเดือน ทำให้กลุ่มนี้ไม่ค่อยมีเวลาว่างสักเท่าไหร่ในการใช้งาน Social Media

GEN X ถือว่าเป็นกลุ่มที่อยู่ในช่วงวัยทำงาน และสร้างครบครัวให้พร้อม จึงอาจไม่สามรถจับจ่ายใช้สอยได้เท่ากลุ่ม Baby Boomer แต่อย่างไรก็ตามคนกลุ่ม GEN X มักจะมองหาอะไรที่แปลกใหม่ๆ และทำให้ตัวเองตื่นเต้นกับสิ่งนั้น เนื่องเขาจากอ่อนล้ากับการทำงานและต้องการแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต ทำให้คนกลุ่มนี้ยอมจ่ายลงทุนกับอะไรที่ยั่งยืน เช่นลงทุนหุ้น หรือการซื้ออุปกรณ์ที่ดีที่สุดแต่สามารถใช้ แล้วขายต่อได้ในราคาที่โอเค ทำให้ร้านค้าต่างๆมักใช้ระบบ Membership เพื่อมัดใจกลุ่มนี้ให้ Loyalty โดยแสดงให้ถึงความคุ้มค่า และสินค้าที่ยั่งยืน

ดังนั้นหากร้านค้าใดต้องการเข้าถึงกลุ่มนี้ควรใช้บทความที่แสดงถึงความจริงใจ สินค้ามีความคุ้มค่าและยั่งยืน ที่สำคัญความสม่ำเสมอจะทำให้สามารถมัดใจกลุ่มนี้ได้อย่างแน่นอน

  • GEN Y

มากันที่ Gen Y หรือที่นิยมเรียกกันว่า Millennial เป็นกลุ่มที่เกิดในช่วงปี 2526-2539  กลุ่มนี้จะมีอายุราวๆ 25-40ปี โดยกลุ่มนี้เป็นวัยที่เคร่งเครียดกำเรื่องงาน และภาวะหน้าที่ต่างๆที่กำลังถาโถมเข้ามา เนื่องจากเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านวัยระหว่างวัยรุ่นไปวัยทำงาน การปรับตัวจึงทำให้เครียด ทำให้กลุ่มนี้นิยมโพสใช้ Social Media ไปกับการหาที่ผักผ่อน เพื่อคลายความเครียด และความเหงา

GEN Y ค่อนข้างให้ความสำคัญกับเรื่อง Work Life Balance ของชีวิต ความยืดหยุ่นของเวลา และสินค้าที่ตอบโจทย์ Lifestyle และการผักผ่อน จึงเข้ามามีบทบาทอย่างมากต่อคนในกลุ่มนี้ จะเห็นได้จากสถิติที่พบว่าคนในกลุ่มดังกล่าวชอบ ที่จะไปนั่งทำงาน นั่งเล่นที่ร้านกาแฟ และมีความสุขไปกับการบริโภคของใช้ส่วนตัว พร้อมทั้งโพสต์ลงโซเชี่ยล เพื่อสร้างอารมณ์เชิงบวกหลังจากความกดดันของงานที่เจอมาในแต่ละวัน

ดังนั้นร้านค้าใดที่ต้องการเข้าถึงคนกลุ่มนี้ควรจะใช้บทความที่ใช้คำพูดเป็นแสลง ดูวัยรุ่น ล้อเล่นกับมีมและเทรนด์ต่างๆ เพื่อให้ความรู้สึกว่าไม่เครียดเกินไป เนื่องจากคนกลุ่มนี้อยู่ในช่วงของการเปลี่ยนแปลง  บทความรีวิวจากดาราที่เป็นกระแสในช่วงนั้นๆก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะสร้างมูลค่าให้แก่สินค้าของคุณมหาศาลกับคนกลุ่มนี้โดยที่คุณไม่รู้ตัว

  • Gen Z

สุดท้ายที่ Gen Z เป็นกลุ่มที่เกิดในช่วงมี พ.ศ. 2540-2555 กลุ่มนี้จะมีอายุราวๆ 10-24 ปี โดยกลุ่มนี้เป็นวัยที่ค่อนข้างบอบบางต่อความรู้สึก กังวล ขี้อาย คนกลุ่มนี้จึงชอบแสดงความรู้สึกผ่านช่องทางออนไลน์เป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ตัวเองรู้สึกปลอดภัย โดยสถิติพบว่าคนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่โตมากับ Social Media และเป็นกลุ่มที่ใช้ Social Media มากที่สุดราวๆ 6 ชั่วโมงต่อวันเลยทีเดียว ซึ่ง Platform ที่เป็นที่นิยมคือ Instagram Facebook Twitter ตามลำดับ

Gen Z เป็นกลุ่มที่ค่อนข้างให้ความสำคัญกับเรื่องราวของสิ่งของ ทั้งนอดีตจนถึงปัจจุบัน หรือเรียกว่ากลุ่มนี้เป็นพวก Nostalgia ก็ไม่ผิด ยังคงยึดติดกับเรื่องราวในอดีตที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์อันหอมหวาน ทำให้กลุ่มนี้ชอบที่จะเก็บสะสมของที่มีเรื่องราวไว้

คนกลุ่มนี้มักจะให้ความสำคัญต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ รวมไปถึงประเด็นทางสังคมต่างๆเนื่องจากคนกลุ่มนี้อยู่ในยุคโซเชี่ยลมีเดียที่มีการบริโภค-ผลิตสื่อที่มากขึ้นทุกวันทำให้กลุ่มคนเหล่านี้เข้าใจ และตระหนักถึงภาวะที่กำลังจะเกิดขึ้นเมื่อทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งและแสดงความคิดเห็นของตนอย่างตรงไปตรงมา จากผลสำรวจพบว่าการแสดงออกของแบรนด์ทำให้คนกลุ่มนี้กว่ายอมจ่ายมากขึ้น 30 % หากแบรนด์มีเรื่องราวที่โดดเด่น และสามารถแก้ประเด็นทางสังคมได้ โดยสินค้าที่คนกลุ่มนี้นิยมซื้อคือสินค้าในเทรนด์เช่นสินค้ารักษ์โลก สินค้าสุขภาพ และสินค้าในกระแส รวมไปถึงของสะสมที่มีมูลค่าทางจิตใจ

ดังนั้นร้านค้าใดที่ต้องการเข้าถึงคนกลุ่มนี้ควรใช้บทความที่ล้อตามกระแสแล่นกับมีม ใช้ศัพท์แสลงของวัยรุ่น รวมไปถึงการตั้งคำถามกับประเด็นทางสังคม เรื่องราวที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจ ที่เป็นความจริงเกี่ยวกับตัวเองทั้งในอดีตและปัจจุบันที่คนกลุ่มนี้สัมผัสได้ จะสามารถสร้าง Impact แก่คนกลุ่มนี้ได้มากกว่าปกติ พร้อมสร้างเรื่องราวนิยามตัวตนของแบรนด์ให้ชัดเจนเนื่องจากอารมณ์ และความรู้สึกเป็นสิ่งที่ทำให้คนกลุ่มนี้ซื้อสินค้า การรีวิวสินค้าจากดาราอาจไม่ช่วยอีกต่อไป การรีวิวที่สามารถเข้าถึงคนกลุ่มนี้ได้คือบุคคลที่เก่งเฉพาะด้าน หรือเป็นบุคคลในกระแสจะสามารถสร้าง Impact กับกลุ่มคนเหล่านี้ได้ดีกว่านั่นเอง

สำหรับเพจ หรือร้านค้าใดที่ต้องการเข้าถึงผู้บริโภค Generation ไหนตามที่เรากล่าวมา สามารถนำบทความนี้ไปปรับใช้ได้เลย หากได้ใช้อยากถูกวิธีเราเชื่อว่าจะสร้างยอดขายยกกำลังสองให้คุณได้เลยทีเดียว!

 

สนใจใช้ระบบจัดการร้านค้าครบวงจร

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

โทร 02-026-6423

Line: @zort

0
Would love your thoughts, please comment.x
()
x