ทำไม social commerce ในไทยถึงบูม และธุรกิจยุคใหม่ต้องปรับตัวอย่างไร

Share:

ทำไม social commerce ในไทยถึงบูม และธุรกิจยุคใหม่ต้องปรับตัวอย่างไร

ทำไมแบรนด์ถึงให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ Social Commerce

ไม่กี่ปีที่ผ่านมา Social commerce กลายเป็นตลาดพาณิชย์ซื้อขายรูปแบบใหม่ที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วมากกว่า 100% ซึ่งผู้คนทุกกลุ่มวัยแทบไม่มีใครไม่รู้จักกับการซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์นี้ โดยเฉพาะในช่วงโควิด – 19 ที่พลิกทุกวงการธุรกิจให้ปรับตัวและพฤติกรรมผู้บริโภคก็เปลี่ยนแปลงไป แล้วการตลาดแบบ Social Commerce คืออะไร ทำไมถึงสำคัญแบรนด์ต่าง ๆ ควรให้ความสำคัญ

Social Commerce คืออะไร

Social Commerce ให้คำจัดความว่า การขายสินค้า หรือบริการผ่านโซเชียลมีเดีย (Social Media) โดยตรง เช่น Instagram, Facebook, TikTok, Pinterest และอื่น ๆ ซึ่งทุกขั้นตอนจะเกิดขึ้นบนโซเซียลทั้งหมดตั้งแต่การหาสินค้าไปจนถึงการจบการขายซึ่งทำได้ง่าย ๆ เพียงคลิกซื้อสินค้าและชำระเงินตามช่องทางที่กำหนด 

ทำไมแบรนด์ถึงต้องให้ความสำคัญกับ Social Commerce?

หากคุณคือหนึ่งในแบรนด์สินค้า หรือเจ้าของกิจการและยังไม่มั่นใจว่าจะประสบคามสำเร็จในการขายสินค้าได้อย่างไร เรามี 6 เหตุผลแนะนำว่าทำไมควรให้ความสำคัญกับ Social commerce ในไทย

  1. สร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อสังคม ซึ่งจะมีปฏิสัมพันธ์มากกว่าเว็บไซต์ทั่วไปเนื่องจากสามารถปรึกษาเพื่อน คนรู้จักได้เกี่ยวกับการซื้อขาย หรือรีวิวต่าง ๆ จากผู้ใช้ท่านอื่นซึ่งช่วยสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีกว่า  
  2. ทำเงินได้จริง แม้ไม่มีหน้าร้าน ด้วยการวางขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ที่มีผู้คนมากมายต้องการเลือกซื้อสินค้ายกตัวอย่างรายใหญ่อย่าง Facebook, Instagram หรือ tiktok 
  3. ลดขั้นตอนการซื้อ เนื่องจากไม่มีอะไรมาขั้นกลางระหว่างซื้อทำให้สะดวกเพียงแค่สนใจก็สามารถกดปุ่มซื้อ ชำระเงินและรอร้านส่งของ
  4. เลือกสินค้าที่ชอบได้รวดเร็วขึ้น ไม่เพียงแต่ซื้อขายเร็วขึ้น แต่ก่อนซื้อยังสามารถอ่านรีวิวที่แสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาทำให้ผู้ซื้อตัดสินใจได้ง่ายขึ้น 
  5. ศูนย์รวมผู้บริโภค เมื่ออินเทอร์เน็ตเข้าถึงทุกกลุ่มวัยทำให้ social commerce มีจำนวนผู้ใช้งานจำนวนมากโดยเฉพาะในช่วง 18 – 34 ปีซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการซื้อขายมากที่สุดเนื่องจากมีการใช้โซเชียลมีเดียเป็นประจำ 
  6. เจาะกลุ่มเป้าหมายหลักได้ บนโลกออนไลน์มีการเก็บข้อมูลค้าทำให้มีโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้แม่นยำมากขึ้น 

 

ข้อแตกต่างระหว่าง E-commerce กับ Social Commerce

E-Commerce จะเป็นซื้อขายผ่าน Application หรือ Website นั้น ๆ แต่ Social Commerce จะเป็นการซื้อขายผ่าน Social media โดยตรง

Social Commerce มีกี่ประเภท 

หากแบ่งประเภทของ Social Commerce ในไทย จะแบ่งออกเป็น 6 ประเภทจากการนำไปใช้งาน

จากการแสดงความความคิดเห็นของลูกค้า(Customer Ratings and Reviews) 

เครื่องมือฟรีที่เราคุ้นหูและรู้จักกันเป็นอย่างดีจากการอ่านรีวิว (Review) ซึ่งเป็นตัวช่วยดึงดูดความสนใจผ่านรีวิวของผู้ใช้งานจริงซึ่งช่วยขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่เนื่องจากเกิดความต้องการทดลองใช้ผ่านการรับรู้เชิงบวกจากคอมเมนต์ หรือความเห็นว่าผลิตภัณฑ์ หรือบริการนั้นให้ผลลัพธ์ที่ดี 

จากข้อเสนอแนะของผู้ใช้งานผลิตภัณฑ์ (User Recommendations and Referrals) 

นอกจากความเห็นตามเ็บไซต์ บล็อก หรือแพลตฟอร์มต่าง ๆ รวมถึงโซเชียลมีเดียแล้ว การส่งต่อปากต่อปากแบบ Virtual Market เช่น การส่งข้อความในทวิตเตอร์ การให้ค่าตอบแทนแก่ผู้แนะนำผลิตภัณฑ์ หรือ Social Bookmarking จะช่วยดึงให้ผู้ใช้งานสนใจและทดลองซื้อผลิตภัณฑ์ไปใช้ 

เครือข่ายทางสังคม (Social Shopping Tools)

รูปแบบการซื้อขายผ่านช่องทางยอดฮิตในการทำธุรกรรม Social Commerce ตัวอย่างเช่น การเปิดร้านค้าบน Facebook, Instagram, Tiktok หรือบริการซื้อของแบบกลุ่ม (Group Buying)ที่มีปริมาณผู้ใช้งานในแต่ละแพลตฟอร์มากกว่า 100 ล้านคนทำให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ง่ายขึ้นและสะดวก

กระทู้และชุมชนออนไลน์ (Forums and Communities)

เครื่องมือที่มีอยู่มานานมากกว่า 40 ปีใช้เป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร อัพเดตสินค้า โปรโมชั่นต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา การแพทย์ หรือธุรกิจที่เป็นสื่อกลางในการพูดคุยแลกเปลี่ยนซึ่งเจ้าที่คุ้นหูกันดีอย่าง Pantip กระทู้ที่มีการเข้าถึงมากกว่าหลักล้านต่อวัน 

Social Media Optimization (SMO)

ในยุคที่ใช้ Search Engine เป็นสื่อกลางเพื่อเพิ่มจำนวนการเข้าชมเว็บไซต์ร้านค้าจนเกิดการทำธุรกรรมการซื้อขายที่เรียกกันว่า SMO เช่น การแทรกลิงก์เว็บไซต์ของร้านค้าบนวีดิโอยูทูป หรือการสร้างแท็กชื่อเพื่อนลงบนภาพสินค้าบนเฟสบุ๊ก 

การโฆษณาผ่านสื่อสังคมออนไลน์ (Social Advertising)

สื่อสังคมออนไลน์ในปัจจุบันเปรียบเสมือนปัจจัยหนึ่งในชีวิตที่ขาดไม่ได้ การลงโฆษณาเพื่อมีจำนวนผู้ใช้งานการมองเห็นสินค้ามากขึ้นซึ่งขึ้นอยู่เงื่อนไขในการทำโฆษณา เช่น การทำโฆษณาบนเฟสบุ๊กที่สามารถกำหนดค่าโฆษณาและความถี่ที่แปรผันตามงบที่วางไว้ 

 

5 กลยุทธ์ Social Commerce ที่พาคุณก้าวไปสู่ความสำเร็จ

  1. เข้าใจพฤติกรรม ในยุคที่การแข่งขันบนโลกออนไลน์ดุเดือด ใครที่เข้าเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าและปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับความต้องการเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดี (Good Experience)มักจะได้เปรียบเสมอ โดยตัวอย่างเครื่องมือที่นิยมนำมาใช้วิเคราะห์ลูกค้า Customer Personar 

  2. ไม่หยุดพัฒนา โลกไม่เคยหยุดนิ่งสักวัน ธุรกิจก็เช่นกัน อะไรที่เคยใช้ได้ผลดีในอดีตอาจจะไม่ใช่สิ่งที่ดีในปัจจุบัน นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมธุรกิจถึงไม่ควรหยุดพัฒนาไม่ว่าจะเป็นการเก็บวิเคราะห์ข้อมูล การเข้าใจพฤติกรรมลูกค้า หรือการกำหนดแผนการตลาด วางกลยุทธ์เพื่อให้เดินไปถึงเป้าหมาย และพร้อมเรียนรู้ปรับตัวต่อสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างยืดหยุ่นและยั่งยืน ยกตัวอย่างเช่น Line OA ที่เมื่อก่อนเราใช้ไว้เพียงแค่ตอบแชทลูกค้า แต่จริง ๆ เราสามารถเรียนรู้ฟีเจอร์ต่าง ๆ เพื่อพัฒนาเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้แก่ลูกค้าได้  

  3. สร้างประสบการณ์แบบไร้รอบต่อ สะดวกในใช้งาน เมื่อลูกค้าเลื่อนเจอสินค้าบางอย่างที่ต้องการซื้อ แต่ไม่รู้ว่ากดสั่งอย่างไรอาจทำให้ร้านพลาดโอกาสจากธุรกิจอย่างน่าเสียดาย การช้อปปิ้งออนไลน์ที่ดีลูกค้าควรชม ซื้อ จ่ายจบได้ที่เดียว ยิ่งขั้นตอนน้อย ยิ่งเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น  Social Commerce ตัวอย่าง ได้แก่ Instragram ที่เริ่มทดสอบให้มีการชำระเงินบนแอพโดยไม่ต้องออกไปหน้าธนาคาร 

  4. การทำให้ลูกค้ามีส่วนร่วม เป็นหนึ่งใน กลยุทธ์ Social Commerce ที่ส่งผลดีต่อแบรนด์จากการกล่าวถึง หรือแสดงความคิดเห็น (Review) จากผู้ใช้งานโดยไม่ต้องเสียเงินจ้าง Influencer และยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ รวมถึงสร้างการมีส่วนร่วมด้วยการจัดแคมเปญต่าง ๆ เช่น การถ่ายรูปคู่สินค้าภายใต้คอนเซ็ปของแบรนด์เพื่อนำไปต่อยอดในการโฆษณาซึ่งผู้ที่ร่วมกิจกรรมก็จะได้ลุ้นรับของรางวัลต่าง ๆ  เช่น  

  5. การวัดผล (Measurement) มีกลยุทธ์ Social Commerce มากมายที่นำเอาข้อมูล เช่น คำสั่งซื้อ จำนวนยอดขาย สถิติสินค้าขายดี พฤติกรรมลูกค้า หรือผลการตอบรับที่อาศัยข้อมูลเหล่านี้ในการนำมาวัดผลด้วยการวิเคราะห์ ปรับปรุงและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความต้องการของผู้ใช้งานให้มากที่สุด

 

คงจะพอเห็นภาพแล้วว่า Social Commerce คือ การทำธุรกรรมซื้อขายโดยตรงบนสื่อสังคมออนไลน์ที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจผ่านการวางกลยุทธ์ที่ดี มีระบบรองรับ สะดวก รวดเร็ว เข้าถึงได้ง่าย ไม่ซับซ้อน ยืดหยุ่นต่อสถานการณ์ต่าง ๆ และ มีส่วนร่วมไปกับแบรนด์ด้วยการสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้ใช้งานซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นสะพานนำธุรกิจของคุณก้าวไปสู่ความสำเร็จ

 

 

สนใจใช้ระบบจัดการร้านค้าครบวงจร

โทร 02.026-6423

Line: @zort

0
Would love your thoughts, please comment.x
()
x