Online-to-Offline (O2O) ปรับธุรกิจ จากออนไลน์สู่ออฟไลน์

ในยุคที่ธุรกิจไม่ได้มีเพียงการขายเพียงแค่หนึ่งเดียว แนวคิด Online-to-Offline (O2O)
ธุรกิจในอนาคตไม่ได้จำกัดอยู่เพียงร้านค้าในรูปแบบเดิมๆ แต่จะก้าวสู่โลก O2O ที่มีการผสมระหว่างจุดแข็งของร้านค้าในโลกออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน ซึ่งก่อนอื่นเรามารู้จักกันก่อนว่า o2o คือะไร o2o ย่อมาจากอะไร

o2o Marketing คืออะไร

o2o ย่อมาจากคำว่า Offline-to-Online มันคือการผสมผสานระหว่างข้อดีการขายของบนออนไลน์ และนำการบริการที่ดีซึ่งเป็นจุดแข็งบนออฟไลน์ นำมาช่วยยกระดับการบริการออนไลน์ให้ดีขึ้น ทำให้เกิด o2o Strategy กล่าวคือกลยุทธ์ o2o หรือ การตลาด o2o คือการสร้างความน่าเชื่อถือของแบรนด์ในรูปแบบหนึ่ง เนื่องจากมีหน้าร้านที่กลุ่มเป้าหมายสามารถเข้าไปเลือก และลองสินค้าหรือบริการได้ แล้วค่อยกลับมาเพื่อตัดสินใจซื้อในรูปแบบออนไลน์ หรือในขณะเดียวกันสามารถซื้อสินค้าออนไลน์ และไปรับหน้าร้านในสาขาที่ใกล้ได้อีกด้วย โดยการตลาดแบบ o2o จะมีข้อดีดังต่อไปนี้

  • ได้ผลตอบรับที่ดีเนื่องจากมีทางเลือกให้ลูกค้าทั้งแบบ ออนไลน์ และออฟไลน์
  • ลดความกังวลของลูกค้าในการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ เนื่องจากมีหน้าร้านให้เลือกชมสินค้าได้จริง
  • อัพเกรดการขายของออนไลน์ ด้วยการนำจุดแข็งของออฟไลน์มาช่วย

 

โดย o2o Marketing ตัวอย่างเราได้นำโมเดลของ  “LINE MAN” ที่แตกยอดมาจากแอปพลิเคชัน LINE ที่ใช้ในการสื่อสารมากที่สุดในเมืองไทย โดย LINE ได้ทำการสำรวจถึงพฤติกรรมของคนผ่านแอพพลิเคชั่นว่าคนส่วนมากต้องการความช่วยเหลือด้านใดที่สุด โดยผลสำรวจก็ออกมาเป็นเอกฉันท์ในเรื่องของความต้องการด้านการขนส่ง ทางด้านเอกสาร และอาหาร รวมไปถึงสินค้า และการคมนาคม

LINE จึงได้พัฒนา LINE MAN ขึ้นมา เพื่อให้บริการตอบโจทย์ทั้ง 4 ด้านนั้นขึ้นมาเพื่อตอบสนองผู้บริโภคในจุดนี้ จะเห็นได้ว่า LINE คือตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของการใช้ การตลาด o2o ที่เชื่อมโยงทั้งธุรกิจออนไลน์ และออฟไลน์ที่ดีมากตัวอย่างหนึ่งนั่นเอง

Online

ช่วยให้ผู้ประกอบการเก็บข้อมูลและพฤติกรรมของลูกค้า
การชำระเงินผ่านช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ทำให้สะดวกในการจับจ่ายใช้สอย
การทำสื่อโฆษณาบน Social Media เช่น comment like share และ การรีวิวสินค้าจากผู้ใช้งานจริง กระตุ้นให้เกิดความต้องการในสินค้าและบริการ

Offline

มีสินค้าให้เลือก สัมผัส ทดลองใช้งานจริง
สร้างประสบการณ์ที่ดีต่อแบรนด์
ลูกค้าสามารถรับสินค้าหรือบริการผ่านช่องทางออฟไลน์

เทรนด์การดำเนินธุรกิจในอนาคตไม่ได้จำกัดอยู่แค่โลกออฟไลน์หรือออนไลน์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็นการผสานจุดแข็งของทั้ง 2 รูปแบบเข้าด้วยกัน การเชื่อมโยงลูกค้าจากโลกออนไลน์มาสู่ออฟไลน์ ต้องเรียนรู้การนำเทคโนโลยีด้านออนไลน์ อย่าง Facebook,Line ,Instagram และ Twitter เข้ามาผสมผสาน เพื่อต่อยอดกับธุรกิจหน้าร้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตรงกับกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด และช่วยเพิ่มศักยภาพในการดำเนินธุรกิจให้เติบโตยั่งยืน
อ้างอิง : ธนพงศ์พรรณ ธัญรัตตกุล,ธันวาคม 2561 ,Digital Transformation in Action เปลี่ยนธุรกิจในยุคดิจิตัล Step by Step

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม : 02-026-6423

อีเมล:[email protected]

Line: @zort

0
Would love your thoughts, please comment.x
()
x