แนะนำ 5 เทคนิคการทำวิดีโอสั้นยังไงให้ธุรกิจปัง

2,668 views

ก่อนหน้านี้ หากพูดถึงเทรนด์วิดีโอบนโลกออนไลน์ เราคงจะคุ้นเคยกับวิดีโอยาวที่ให้ข้อมูลแน่น ๆ แต่ในปัจจุบันนี้ ไม่ว่ามองไปทางไหน เล่นแพลตฟอร์มอะไร กลับมีแต่วิดีโอสั้น (Short Video) เต็มไปหมด แม้แต่ YouTube เองก็ตาม ในปี 2023 นี้ ต้องยอมรับว่าเทรนด์วิดีโอสั้นนั้นมาแรงจริง ๆ จนทำให้ Social Media ทุกแพลตฟอร์ม รวมไปถึงองค์กรและแบรนด์ต่าง ๆ หันมาใช้เทรนด์นี้ในการทำการตลาดอย่างแพร่หลาย อยากรู้ไหมว่าทำไมคลิปวิดีโอสั้น ๆ ถึงได้รับความนิยมสูง? และทำไมคุณถึงควรเริ่มทำการตลาดด้วยวิดีโอสั้นได้แล้ว บทความนี้จะมาเจาะลึกถึงเทรนด์นี้และเฉลยคำตอบให้รู้กัน!

 

ทำไม วิดีโอสั้นบนโลกออนไลน์ จึงได้รับความนิยมและมีคนดูจำนวนมาก?

เหตุผลที่วิดีโอสั้นครองใจคนมากมาย นั่นก็คือความกระชับ การสื่อสารได้ตรงจุด และไม่ทำให้เสียเวลาในการใช้ชีวิต ซึ่งไม่ต้องมองไปไหนไกล ลองสังเกตพฤติกรรมการใช้งาน Social Media ของตัวคุณเองกันก่อนได้เลย ว่าในปัจจุบันนี้ คุณชอบชมคลิปวิดีโอสั้นหรือวิดีโอยาวมากกว่ากัน? เชื่อว่าคนส่วนใหญ่คงจะตอบว่าชอบชมวิดีโอสั้นมากกว่าอยู่แล้วล่ะ!

 

คนส่วนใหญ่ที่เล่น Social Media มักจะเป็นคนที่ต้องการความผ่อนคลายจากการทำงานที่เคร่งเครียดและน่าเบื่อหน่าย ถ้าเรายังทำวิดีโอยาว ให้ข้อมูลเรื่อย ๆ เน้นการอธิบายอย่างยาวเหยียด จะพบได้ว่าอัตราของคนที่ดูวิดีโอจนจบนั้นน้อยมาก แต่เมื่อเทียบกับวิดีโอสั้นแล้ว อัตราที่คนดูจนจบนั้นสูงกว่ามาก อีกทั้งยังทำให้เราได้สื่อสารข้อมูลออกไปได้อย่างตรงจุด และตรงกลุ่มเป้าหมายอีกด้วย

คลิปวิดีโอสั้นจะมีเนื้อหาที่กระชับได้ใจความ เข้าใจง่าย มีความบันเทิง เร้าใจ และมีการสอดแทรกความคิดสร้างสรรค์หรือไอเดียใหม่ ๆ อยู่เสมอ ทำให้คนดูได้เรื่อย ๆ ไม่รู้สึกเบื่อ (ก่อนที่จะเริ่มรู้สึกเบื่อ ก็เปลี่ยนเป็นคลิปอื่น ๆ แล้ว) ถ้าเจอเรื่องที่ไม่สนใจก็ใช้เพียงปลายนิ้วในการสไลด์ไปดูคลิปใหม่ ๆ ได้เลยทันที ซึ่งในระยะเวลาเพียง 10 นาทีนี้ เราสามารถทำให้ผู้ชมรับข้อมูลที่เราต้องการจะสื่อสารออกไปได้มากกว่า 10 เรื่องเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลสินค้า เรื่องราวของแบรนด์ หรือการสอดแทรกความรู้ก็ตาม

 

เทรนด์ วิดีโอสั้น ที่เข้ามามีบทบาทในโลกของ Marketing

Video Marketing เป็นการทำการตลาดด้วยภาพเคลื่อนไหวและเสียง (วิดีโอ) เพื่อเพิ่มโอกาสให้แบรนด์เป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายมากขึ้น โดยเฉพาะกับกลุ่มคนที่ไม่ชื่นชอบการเสพสื่อในรูปแบบของตัวหนังสือ


การทำการตลาดด้วยวิดีโอมีมาอย่างยาวนาน ซึ่งแพลตฟอร์มที่คนเราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีก็คือ YouTube เรียกได้ว่ายุคหนึ่ง YouTube ครองตลาดของการทำ Video Marketing ไปเจ้าเดียวเลยก็ย่อมได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป แพลตฟอร์มต่าง ๆ ก็เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับวิดีโอมากขึ้น ทั้ง YouTube เอง หรือ Facebook Instagram Twitter หรือ LINE เองก็ตาม จากเดิมทีที่ให้ความสำคัญเฉพาะภาพนิ่งเท่านั้น


เทรนด์วิดีโอสั้น เริ่มเข้ามามีบทบาทในโลกของ Marketing ได้อย่างไร? จริง ๆ แล้ว การทำวิดีโอสั้นมามานานแล้ว แต่ไม่ได้ค่อยได้รับความนิยมมากนัก แต่สิ่งที่ทำให้กระแสเทรนด์วิดีโอสั้นได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันนี้ ต้องยกเครดิตให้ Tiktok เลย! ใช้ระยะเวลาเพียง 15-30 วินาที ก็สามารถมัดใจและทำให้สิ่งที่อยู่ในคลิปนั้นเป็นกระแสได้แล้ว!


อีกทั้งพฤติกรรมการจับจ่ายซื้อสินค้าของคนในปัจจุบันนี้ก็เปลี่ยนแปลงไปด้วย จากที่เคยไปซื้อของหน้าร้านตรง ๆ ก็เริ่มเปลี่ยนมาซื้อผ่านทางออนไลน์มากขึ้น ไม่ต้องเหนื่อยเดินทางไกล ไม่ต้องสัมผัสเนื้อผ้าจริงก็รู้แล้วว่าผ้าเป็นอย่างไร เห็นภาพชัดเจนว่าถ้าใส่ออกมาแล้วจะเป็นอย่างไรโดยที่ไม่ต้องไปลองเองถึงร้านเลย เพียงแค่คุณทำวิดีโอสั้นและโดนใจ คนก็พร้อมจ่ายเงินซื้อสินค้าของคุณแล้ว ดังนั้น การทำ Video Marketing ในรูปแบบของวิดีโอสั้น จึงช่วยให้แบรนด์ของคุณมียอดขายพุ่งและเติบโตขึ้นได้เป็นอย่างดี ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมแบรนด์ต่าง ๆ ถึงหันมาทำการตลาดด้วยวิดีโอกันแทบทุกเจ้า

 

 แนะนำ 5 เทรนด์วิดีโอสั้นเจ๋ง ๆ ที่ควรทำ!

1. การแนะนำสินค้า

เทรนด์ในการทำวิดีโอสั้นที่ทำได้ง่ายและช่วยกระตุ้นยอดขายได้ดีที่สุด คงจะไม่พ้นการทำวิดีโอสั้นแนะนำสินค้าแน่นอน เนื้อหาภายในวิดีโอสั้น ควรโฟกัสไปที่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น วิธีการใช้งานสินค้า ให้รายละเอียดเกี่ยวกับสินค้า วิธีการเลือกสินค้าให้เหมาะกับผู้ใช้ การชูจุดเด่นของสินค้า หรือการทำให้ลูกค้ารู้ว่าทำไมต้องเลือกสินค้าของเราก็ตาม วิดีโอสั้นประเภทนี้จะช่วยให้ลูกค้าได้ใกล้ชิดกับสินค้ามากขึ้น แม้ไม่ต้องแตะสัมผัสสินค้าจริง ก็สามารถรับรู้ได้ว่าแล้วสินค้ามีขนาดเท่าไหร่ และคุณภาพของสินค้าเป็นอย่างไร


2. เล่าเรื่องราวของแบรนด์

การทำวิดีโอสั้นในมุมมองของการบอกเล่าที่มาที่ไปของแบรนด์ (Brand Storytelling) จะช่วยให้ลูกค้ารู้สึกใกล้ชิดและเข้าใจแบรนด์มากขึ้น รู้จุดประสงค์ของแบรนด์ รู้ว่ามีประวัติที่มาที่ไปอย่างไร และเป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์และลูกค้าได้เป็นอย่างดี ยิ่งลูกค้าอินกับเรามากเท่าไหร่ โอกาสที่จะซื้อสินค้าซ้ำและเป็นลูกค้าประจำของเรายิ่งสูงขึ้นมากเท่านั้น


3. การให้ความรู้

การที่เราทำวิดีโอสั้นประเภทใดประเภทหนึ่งมากเกินไป โดยเฉพาะการทำวิดีโอแนะนำสินค้าหรือรีวิว มันคงจะดูเป็นการ Hard Sale จนเกินไป เราควรสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ของเรามากขึ้น โดยการให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับสินค้า หรือข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าของเรา ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อมก็ตาม


ซึ่งการทำวิดีโอสั้นแนวให้ความรู้ จะให้ประโยชน์กับเราถึง 2 ต่อด้วยกัน อย่างแรกคือลูกค้ามองว่าเราให้ประโยชน์ สินค้าของเราน่าเชื่อถือ และแบรนด์ของเราดูน่าไว้ใจ อย่างที่สองคือเพิ่มการเข้าถึงคนมากขึ้น ถึงแม้ว่าบางคนจะไม่เคยรู้จักแบรนด์ของเรามาก่อนก็ตาม แต่ถ้ามีการค้นหาในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสินค้าของเรา ตามที่เราได้ทำวิดีโอคลิปลงไป คนกลุ่มนี้จะเห็นคลิปเรา มองว่าคลิปเราให้ประโยชน์ และดูว่าใครเป็นคนให้ข้อมูลนี้ จากนั้นก็จะรู้จักแบรนด์ของเรา ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสให้คนกลุ่มนี้มาเป็นลูกค้าของเราในอนาคตได้


 4. รีวิวจากผู้ใช้จริง

วิดีโอรีวิวสินค้าหรือบริการจากผู้ใช้จริง (Testimonials Video) วิดีโอประเภทนี้ ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเราได้เป็นอย่างดีเลยล่ะ สามารถทำออกมาได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการนำภาพรีวิวมาประกอบกันเป็นคลิปวิดีโอสั้น การสัมภาษณ์ความรู้สึกของลูกค้าหลังใช้สินค้า การนำคลิปของลูกค้ามาตกแต่งและเผยแพร่ในช่องทางของเรา หรือการนำเสนอรีวิวในรูปแบบของ Infographic นอกจากจะช่วยในการตัดสินใจซื้อของลูกค้าได้แล้ว ยังช่วยให้เราเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ได้ดีอีกด้วย


5. เบื้องหลังการทำงาน

เพิ่มความน่าเข้าถึงและดูจริงใจมากขึ้นด้วยการทำวิดีโอเบื้องหลังการทำงาน วิดีโอสั้นประเภทนี้ อาจจะเป็นการเล่ากิจกรรมของทีมงาน วิธีการทำงานของแต่ละฝ่าย ความสำคัญของแต่ละฝ่าย หรืออาจจะเป็นขั้นตอนการผลิตสินค้าก็ได้ แต่แนะนำให้ทำเนื้อหาที่ไม่ลงรายละเอียดลึกมาก แค่พอสังเขปให้เห็นภาพกว้าง ๆ เท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้คู่แข่งรู้กลยุทธิ์การทำงานของเรานั่นเอง


ความแตกต่างของวิดีโอสั้นจากแต่ละแพลตฟอร์ม

แพลตฟอร์มที่เราสามารถลงไปทำ Video Marketing ได้มีอยู่หลายแพลตฟอร์ม ไม่ใช่ว่าการผลิตคลิปวิดีโอสั้นแบบเดียวกัน จะเหมาะสมกับทุกแพลตฟอร์ม เราต้องมีการวางแผนให้ดี รู้ว่าแพลตฟอร์มไหนควรเล่นวิดีโอแบบใด และทำยังไงให้วิดีโอของเราเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้แบบหมัดเดียวจอด! ฉะนั้น เรามาดูจุดเด่นของการทำวิดีโอสั้นในแต่ละแพลตฟอร์มกันได้เลย



Facebook

คนส่วนใหญ่มักจะเล่น Facebook กันอยู่แล้ว ถ้าเราทำวิดีโอสั้น Facebook ได้ถูกใจกลุ่มเป้าหมาย ก็จะเกิดการแชร์ต่อไปเรื่อย ๆ อย่างไม่รู้จบเลยล่ะ วิดีโอสั้น Facebook หรือ Facebook Reels จะมีความยาวสูงสุดอยู่ที่ 60 วินาที เราสามารถสร้างวิดีโอไว้ส่วนหนึ่งก่อน แล้วปรับแก้เพิ่มก่อนเผยแพร่ได้ มีเอฟเฟคต่าง ๆ ให้เล่นเยอะไม่แพ้กับแพลตฟอร์มอื่น ๆ เลย วิดีโอสั้น Facebook ไม่เพียงแต่ทำให้คุณได้ Engagement ที่ดีเท่านั้น คนที่ชมคลิปวิดีโอของคุณก็สามารถกดถูกใจหรือติดตามเพจของคุณได้ในทันที หรือจะทักข้อความเพื่อสั่งซื้อสินค้าก็สามารถทำได้โดยง่าย จากการสัมผัสหน้าจอเพียงครั้งเดียวเท่านั้น


 

LINE Voom Video

ปัจจุบันนี้ คนส่วนใหญ่มีการใช้ LINE เป็นช่องทางติดต่อสื่อสารหลัก เดิมที LINE จะมี LINE Timeline ที่ทำให้เราแชร์ความรู้สึกหรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ให้กับเพื่อนได้ แต่เพื่อให้เกิดการเข้าถึงที่มากขึ้น จึงปรับเปลี่ยนจาก LINE Timeline มาเป็น LINE Voom ด้วยแนวคิด “เข้าถึงทุกคอนเทนต์ จัดเต็มทุกความสนุก” เพื่อทำให้วิดีโอสั้นเข้ามามีบทบาทมากขึ้นนั่นเอง โดยคำว่า “VOOM” มาจากคำว่า “Visual Room” หรือ “Video Room” ผสมกันกับคำว่า “Boom” นั่นเอง 

จากเดิมการเข้าถึงเนื้อหาต่าง ๆ จะสามารถทำได้แค่เพื่อนเท่านั้น ก็ได้เปลี่ยนเป็นรูปแบบของผู้ติดตามแทน ดังนั้น การเข้าถึงบัญชีคุณชื่นชอบ หรือแบรนด์ที่คุณกำลังให้ความสนใจจึงง่ายมากขึ้น เมื่อคุณชมวิดีโอสั้น LINE VOOM แล้วต้องการแชร์ไปให้เพื่อน ๆ รับชมต่อ ก็สามารถทำได้โดยง่าย แชร์ตรงไปที่แชทของเพื่อนได้ทันที ไม่ต้องรอโหลด หรือเปลี่ยนไปดูในแพลตฟอร์มอื่น ๆ เลย



Tiktok

Tiktok เป็นแพลตฟอร์มสำหรับการทำคลิปวิดีโอสั้นโดยเฉพาะ ใน 1 วันคนส่วนใหญ่มักจะเข้า Tiktok วันละหลาย ๆ ครั้ง เพราะส่วนใหญ่เป็นวิดีโอสั้น เนื้อหาจบในคลิปเดียว ไม่จำเป็นต้องดูคลิปอื่น ๆ ต่อ อีกทั้งยังเป็นแหล่งทำรายได้หรือปลุกกระแสได้เป็นอย่างดี มีหลาย ๆ คนที่ดังเป็นพลุแตกในชั่วข้ามคืนเพราะ Tiktok มีการดันคลิปวิดีโอไปยังกลุ่มเป้าหมายจำนวนมาก


การทำวิดีโอสั้น Tiktok สามารถทำได้ง่ายและไม่น่าเบื่อ เพราะมีลูกเล่นให้เล่นเยอะ ไม่ว่าจะเป็นคลังเพลงมหาศาล เราสามารถใช้ได้อย่างถูกลิขสิทธิ์, มีฟิลเตอร์สวย ๆ ให้เลือกใช้มากมาย, มีเอฟเฟคในการตัดต่อคลิปหรือเปลี่ยนเสียงของเราให้เป็นอย่างอื่นได้ และมี Challenge ใหม่ ๆ มาให้ร่วมสนุกอยู่เสมอ ยิ่งเราเข้าร่วม Challenge ที่เป็นกระแสอยู่ในขณะนั้น ยิ่งทำให้คลิปวิดีโอสั้นที่เราทำเข้าถึงผู้คนมากยิ่งขึ้น (ช่วยสร้าง Brand Awareness ได้มาก)


Tiktok ยังถือเป็นแหล่งรายได้หลักของใครหลายคน เพราะการทำคลิปวิดีโอลงไปแล้ว เราสามารถติดตะกร้าสินค้าผ่านคลิปที่ลงได้ ถ้าคนเข้ามาดูคลิปของเราแล้วอยากได้สินค้านั้น ๆ เค้าก็สามารถกดซื้อผ่านทาง Tiktok Shop ได้เลย โดยไม่ต้องออกไปค้นหาหรือซื้อสินค้าจากแพลตฟอร์มอื่น ๆ



Instagram Reels

ก่อนหน้านี้ วิดีโอสั้น IG จะอยู่ในรูปแบบของ Stories ที่มีความยาวเพียง 15 วินาที และมีอายุอยู่เพียง 24 ชั่วโมง จากนั้นก็จะหายไป จึงไม่ตอบโจทย์ต่อการทำ Video Marketing มากนัก ต่อมาทาง Instagram ได้เปิดตัว IG Reels หรือการทำวิดีโอสั้นขึ้น 


โดยความยาวของคลิปวิดีโอสั้น IG Reels นั้น เราสามารถกำหนดได้ว่าต้องการความยาวขนาดไหน โดยมีให้เลือกตั้งแต่ 15 วินาที ไปจนถึง 90 วินาทีเลยทีเดียว

พฤติกรรมส่วนใหญ่ของคนที่ใช้ Instagram มักจะโพสต์สื่อที่มีองค์ประกอบสวยงาม เน้นการนำเสนอภาพลักษณ์ที่ดูดี แต่ยังมีความเรียบง่าย ไม่ดูบันเทิงมากจนเกินไป ไม่เน้นการเล่าเรื่องหนัก ๆ มักจะใช้เพลงเป็นเสียงประกอบมากกว่าเสียงพูด เหมาะกับแบรนด์ที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นคนที่เล่น Instagram อยู่แล้ว ต้องการสร้าง Brand Awareness ให้คนรู้จักมากขึ้น หรือต้องการนำเสนอสินค้าในมุมมองใหม่ ๆ 



YouTube Shorts

YouTube เป็นเสมือนคลังวิดีโอที่มีขนาดใหญ่ที่สุดบนโลกออนไลน์เลยก็ว่าได้ ทุก ๆ วันนี้ก็ยังคงมีอัตราการเข้าถึงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่แบรนด์หรือครีเอเตอร์ไม่สามารถทิ้งไปได้ ปกติแล้ววิดีโอบน YouTube มันจะอยู่ในรูปแบบของการเล่าเรื่อง และอัดแน่นไปด้วยข้อมูลรายละเอียดมากมาย แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป พฤติกรรมของคนบางกลุ่มเริ่มเบื่อหน่ายกับอะไรยาว ๆ และต้องการพักสายตามาก โดยการมีเรื่องอื่น ๆ มาคั่นมากขึ้น ดังนั้น YouTube จึงปล่อย YouTube Shorts หรือ วิดีโอสั้น Youtube ออกมานั้นเอง


วิดีโอสั้น YouTube เหมาะสำหรับครีเอเตอร์และแบรนด์ทุกวงการ ไม่ว่าจะเป็นเป็นแฟชั่น ความงาม ไลฟ์สไตล์ เทคโนโลยี บันเทิง เกม นักรีวิว หรือนักกินก็ตาม สามารถเข้าถึงคนได้ทุกเพศทุกวัย คุณสามารถสร้างคลิปวิดีโอสั้น YouTube ได้โดยง่าย จากการสร้างคลิปใหม่หรือจะตัดต่อจากคลิปเก่าที่เคยได้อัพโหลดลงไปบน YouTube แล้วก็ได้เช่นกัน


เทรนด์วิดีโอสั้นหรือการทำ Video Marketing เป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาดอย่างเด็ดขาด นอกจากจะทำให้แบรนด์ของเราเป็นที่รู้จักได้ง่ายขึ้นแล้ว ยังเพิ่มโอกาสที่เราจะมีลูกค้าประจำเพิ่มขึ้นได้อีกด้วย หากคุณกำลังเริ่มลงมือทำวิดีโอสั้นเหล่านี้ อย่าลืมคำนึงถึงพฤติกรรมการเสพสื่อของผู้ใช้งานในแต่ละแพลตฟอร์มก่อน ตามมาด้วยการเลือกช่องทางที่เหมาะสม จากนั้นก็วางแผนการผลิตเนื้อหาและประเภทของวิดีโอที่อยากนำเสนอ และสุดท้ายคืออย่าลืมให้ความสำคัญกับคุณภาพของวิดีโอสั้นที่ผลิตออกมาด้วย 


สนใจใช้ระบบจัดการร้านค้าครบวงจร

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

โทร 02-026-6423

Line: @zort

0
Would love your thoughts, please comment.x
()
x