การสร้างรายการขาย

 

การสร้างรายการขาย เพื่อบันทึกรายได้ และข้อมูลการขายต่าง ๆ สามารถทำได้ดังนี้

วิธีการสร้างรายการขาย สามารถทำได้ 3 แบบ คือ

1. สร้างครั้งละรายการ (สร้าง)

2. สร้างรายการขายแบบย่อ (สร้างอย่างง่าย)

3. สร้างรายการขายจากไฟล์ Excel (นำเข้าไฟล์ Excel)

 

(1) สร้างครั้งละรายการ (สร้าง) #

1. ไปที่เมนู “รายการขาย” หัวข้อ “สร้างรายการขาย” หรือ “ดูรายการขาย”

2. กดปุ่ม “สร้าง”

 

3. หลังจากนั้นจะปรากฏการสร้างรายการขายตามภาพด้านล่างนี้

 

 

4. กรอกข้อมูลการซื้อสินค้าทั้ง 7 ส่วน

A ข้อมูลของเอกสาร จะแสดงข้อมูในส่วนของเลขที่รายการขาย วันที่สร้างรายการ วันหมดอายุรายการ เลขอ้างอิง ช่องทางการขาย ประเภทภาษีและตัวแทนจำหน่าย (หากมี)

 

 

B ข้อมูลของลูกค้า จะแสดงในส่วนของประเภทผู้เสียภาษี ชื่อลูกค้า รหัสลูกค้า เบอร์โทรศัพท์ อีเมลและที่อยู่ลูกค้า

 

 

 

         

กรณีอยากทราบว่าลูกค้าท่านนี้เคยสั่งซื้อสินค้ารายการขายใดบ้าง ให้คลิกที่ไอคอนดูรายการขายระบบจะแสดงข้อมลรายการขายก่อนหน้านี้ขึ้นมาให้จำนวน 10 รายการ (คลิกเลือกข้อมูลลูกค้าก่อนกดดูรายการขายเดิ) 

 

 

ตัวอย่างข้อมูลรายการขายก่อนหน้านี้ (ดูรายการขายย้อนหลังได้ 10 รายการเท่านั้น) 

 

 

กรณีผู้ใช้งานเลือกประเภทผู้เสียภาษีเป็น “นิติบุคคล” ผู้ใช้งานสามารถนำ Tax ID มาค้นหาข้อมูลชื่อบริษัทและที่อยู่บริษัทได้ โดยมีขั้นตอนดังนี้ 

1) คลิกเลือก “นิติบุคคล” 

2) คลิกที่ไอคอนค้นหา 

 

 

3) กรอกข้อมูล Tax ID ที่ต้องการ 

4) เมื่อผู้ใช้งานกดค้นหาเรียบร้อยแล้ว ระบบจะแสดงข้อมูลชื่อและที่อยู่บริษัทขึ้นมาให้  

5) คลิกที่ปุ่ม “เลือก”  

 

 

6หลังจากที่ผู้ใช้งานเลือกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ระบบดึงข้อมูลไปแสดงในหน้าสร้างรายการขายให้อัตโนมัติ 

 

 

 

C ข้อมูลสินค้า สามารถเลือกสินค้า ช่องทางการจัดส่ง หรือใส่หมายเหตุ ส่วนลดท้ายบิล ค่าส่งเพิ่มเติมได้

 

 

D ข้อมูลที่อยู่ผู้รับ กรณีที่อยู้ผู้ติดต่อกับผู้รับเป็นคนละที่กัน สามารถใส่ที่อยู่เพิ่มเติมตรงนี้ได้

 

 

E ข้อมูลการจัดส่งสินค้า สามารถกำหนดวันที่ส่งสินค้าได้

 

 

F ข้อมูลการชำระเงิน หากลูกค้าชำระเงินแล้วมาแล้วสามารถกดเพิ่มการชำระเงิน หากต้องการแนบสลิปหรือหลักฐานการชำระเงิ ผู้ใช้งานสามารถแนบรูปภาพได้เลย

 

 

 

G ข้อมูลคลังสินค้า/สาขา เลือกสถานะเป็นรอโอนหรือโอนทันที และระบุคลังสินค้าได้

 

 

5. หลังจากบันทึก จะปรากฏรายการขายตามภาพด้านล่างนี้

 

 

 

(2) สร้างรายการขายแบบย่อ (สร้างอย่างง่าย) #

ใช้สำหรับรายการขายที่ไม่ต้องการลงรายละเอียดลูกค้า หรือสถานะรายการต่าง ๆ

 

1. ไปที่เมนู “รายการขาย” หัวข้อ “ดูรายการขาย”

2. กด “สร้างอย่างง่าย”

 

 

3. กรอกข้อมูลสินค้า ช่องทางชำระเงินและคลังสินค้าให้ครบถ้วน

4. กด “บันทึก”

 

 

5. หลังจากบันทึก จะปรากฏรายการขายตามภาพด้านล่างนี้

 

 

(3) สร้างรายการขายจากไฟล์ Excel (นำเข้าไฟล์ Excel) #

การสร้างรายการขายจากไฟล์ Excel จะต้องดาวน์โหลด template จากระบบเพื่อนำเข้าข้อมูล ตามรูปแบบที่ระบบกำหนดเท่านั้น

 

1. ไปที่เมนู “รายการขาย” หัวข้อ “ดูรายการขาย”

2. กด “นำเข้าไฟล์ (Excel)”

 

 

3. เลือก “นำเข้าเข้ารายการใหม่”

4. ดาวน์โหลดไฟล์ template

 

 

5. จากนั้นกรอกข้อมูลที่ต้องการ โดยแต่ละคอลัมน์จะมีรายละเอียดดังนี้

ส่วนที่ 1 รายการขาย 

หมายเลขรายการ : กรอกหมายเลขรายการขายที่ต้องการ กรณีร้านค้าต้องการให้ระบบรันหมายเลขรายการอัตโนมัติ ให้ใส่คำว่า “Auto” 

รหัสลูกค้า : กรอกรหัสของลูกค้า (ถ้ามี) 

ชื่อลูกค้า : กรอกชื่อของลูกค้า 

อีเมลลูกค้า : กรอกอีเมลของลูกค้า (ถ้ามี) 

เบอร์โทรลูกค้า : กรอกเบอร์โทรศัพท์ของลูกค้า (ไม่ต้องใส่ขีดกลาง และไม่เว้นวรรค โดยระบบจะให้ใส่เพียง 1 เบอร์เท่านั้น ตัวอย่างเช่น 021234567) 

ที่อยู่ลูกค้า : กรอกข้อมูลที่อยู่ของลูกค้า (ห้ามใช้ตัวอักษรย่อ และต้องเว้นวรรคด้านหลังคำว่าแขวง/เขตด้วย ตัวอย่าง 188 อาคารสปริงทาวเวอร์ ชั้น 20 ยูนิต 1, 2 แขวง ทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพ 10400) 

เลขประจำตัวผู้เสียภาษี : กรอกเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของลูกค้า (ถ้ามี) 

ชื่อสาขา : กรอกชื่อสาขา (ถ้ามี) 

เลขที่สาขา : กรอกเลขที่สาขา (ถ้ามี) 

วันที่ทำรายการ : กรอกข้อมูลวันที่สร้างรายการขาย เช่น 30/9/2025 ระบบจะสร้างรายการขายเป็นของวันที่ 30 กันยายน 2568
ช่องทางการขาย : กรอกชื่อช่องทางการขายที่ลูกค้าสั่งซื้อสินค้าเข้ามา 

ส่วนลดท้ายบิล : กรอกส่วนลดท้ายที่ต้องการ (ถ้ามี) โดยร้านค้าสามารถกรอกได้ทั้งส่วนลดที่เป็น % หรือจำนวนเต็ม เช่น 10% หรือ 100 เป็นต้น 

ประเภทภาษีมูลค่าเพิ่ม : กรอกประเภทภาษีมูลค่าเพิ่มของรายการขาย โดยระบบจะให้ระบุข้อมูล 3 ประเภทหลัก ๆ คือ ไม่มี, แยกภาษี และรวมภาษี 

ภาษีมูลค่าเพิ่ม : กรอกจำวนภาษีมูลค่าเพิ่มของรายการขาย (กรณีไม่ได้กรอกข้อมูล ระบบจะคำนวณให้อัตโนมัติ) 

อ้างอิง : กรอกหมายเลขอ้างอิงที่เกี่ยวข้องกับรายการขายดังกล่าว (ถ้ามี) 

หมายเหตุ : กรอกข้อความที่ต้องการบันทึกข้อมูลลงในรายการขายดังกล่าว เช่น สินค้าพรีออเดอร์จัดส่งภายใน 15-30 วัน 

Tag : กรอก keyword ที่ใช้สำหรับค้นหารายการขายบนระบบ ZORT เช่น ร้านค้าติดแท็กคำว่าพรีออเดอร์ไว้ เมื่อร้านค้ากรอกคำว่าพรีออเดอร์ลงในช่องค้นหาในหน้าดูรายการขายระบบจะแสดงเฉพาะรายการขายที่ติดแท็กคำว่าพรีออเดอร์ขึ้นมาให้ (กรณีร้านค้าติดแท็กหลายรายการให้ใส่ , คั่นแต่ละแท็กด้วย) 

 

 

ส่วนที่ 2 ตัวแทนจำหน่าย 

ชื่อตัวแทนจำหน่าย : กรอกชื่อของตัวแทนจำหน่าย (ถ้ามี) 

อีเมลตัวแทนจำหน่าย : กรอกอีเมลของตัวแทนจำหน่าย (ถ้ามี) 

เบอร์โทรตัวแทนจำหน่าย : กรอกเบอร์โทรศัพท์ของตัวแทนจำหน่าย (ถ้ามี) 

ที่อยู่ตัวแทนจำหน่าย : กรอกที่อยู่ของตัวแทนจำหน่าย (ถ้ามี) 

 

 

ส่วนที่ 3 ช่องทางจัดส่ง 

วันที่จัดส่ง : กรอกวันที่ที่ร้านค้าจัดส่งสินค้า เช่น 10/10/2025 (กรณีต้องการเรียกขนส่งผ่านระบบ ZORT ไม่ต้องกรอกข้อมูลในช่องนี้) 

ช่องทางจัดส่ง : กรอกชื่อขนส่งที่ต้องการจัดส่งสินค้า (กรณีต้องการเรียกขนส่งผ่านระบบ ZORT ไม่ต้องกรอกข้อมูลในช่องนี้) 

ค่าส่ง : กรอกค่าจัดส่งที่ต้องการเก็บเพิ่มจากลูกค้า เช่น 50  

เก็บเงินปลายทาง : หากเป็นรายการขายแบบเก็บเงินปลายทางให้กรอกคำว่ามีกรณีเป็นรายการขายที่ไม่เก็บเงินปลายทางให้กรอกคำว่าไม่มี 

ภาษีค่าส่ง : หากร้านค้าต้องการรวมภาษีมูลค่าเพิ่มค่าส่งด้วย ให้กรอกคำว่า “มีกรณีไม่ต้องการรวมภาษีมูลค่าเพิ่มค่าส่ง ให้กรอกคำว่า “ไม่มี” 

ชื่อผู้รับ : กรอกชื่อของผู้รับสินค้า 

เบอร์โทรผู้รับ : กรอกเบอร์โทรศัพท์ของผู้รับที่สามารถติดต่อกลับได้ 

อีเมลผู้รับ : กรอกอีเมลของผู้รับสินค้า (ถ้ามี) 

ที่อยู่จัดส่ง : กรอกข้อมูลที่อยู่ผู้รับสินค้า (ห้ามใช้ตัวอักษรย่อ และต้องเว้นวรรคด้านหลังคำว่าแขวง/เขตด้วย ตัวอย่าง 188 อาคารสปริงทาวเวอร์ ชั้น 20 ยูนิต 1, 2 แขวง ทุ่งพญาไท เขต ราชเทวี กรุงเทพ 10400) 

Tracking No : กรอกหมายเลขพัสดุ กรณีร้านค้าจัดส่งสินค้าด้วยขนส่งอื่นนอกเหนือจากที่ระบบ ZORT รองรับ 

 

 

ส่วนที่ 4 สถานะ 

สถานะ (รอ,สำเร็จ) : กรอกสถานะของสินค้าที่ต้องการ เช่น กรณีเป็นรายการขายที่รอจัดส่ง ให้กรอกคำว่ารอที่แปลว่ารอโอนสินค้ากรณีเป็นรายการขายที่จัดส่งเรียบร้อยแล้ว ให้กรอกคำว่าสำเร็จที่แปลว่าจัดส่งสินค้าสำเร็จแล้ว” 

รหัสคลัง/สาขา : กรอกรหัสคลังสินค้าที่ต้องการตัดสต็อกสินค้า เช่น W001 

ชื่อคลัง/สาขา : กรอกชื่อคลังสินค้าที่ต้องการตัดสต็อก เช่น คลังสินค้าหลัก 

 

 

ส่วนที่ 5 ข้อมูลการชำระเงิน 

ช่องทางการชำระเงิน : กรอกชื่อช่องทางการชำระเงินที่ลูกค้าชำระเงินเข้ามา เช่น เงินสด หรือ Kbank เป็นต้น 

จำนวนเงินที่ชำระ : จำนวนเงินที่ลูกค้าชำระ เช่น 500 

วันที่ชำระ : กรอกวันที่ที่ลูกค้าชำระเงินเข้ามา เช่น 10/10/2025 

 

 

ส่วนที่ 6 ข้อมูลสินค้า 

รหัสสินค้า : กรอกรหัสสินค้าที่ลูกค้าสั่งซื้อ เช่น P001 

ชื่อสินค้า : กรอกชื่อสินค้าที่ลูกค้าสั่งซื้อ เช่น กระเป๋า 

จำนวน : กรอกจำนวนสินค้าที่ลูกค้าสั่งซื้อ เช่น 

ราคาต่อหน่วย : กรอกราคาขายต่อหน่วย เช่น 1000  

ส่วนลดต่อหน่วย : กรอกส่วนลดสินค้า (ถ้ามี) เช่น 100 

 

 

6. กดนำเข้าไฟล์

7. กด “บันทึก”

 

 

Notes:

  • กรณีร้านค้าสร้างรายการขายแบบไม่เก็บเงินปลายทาง (non-COD) จะเรียกขนส่งได้เฉพาะแบบไม่เก็บเงินปลายทางเท่านั้น ไม่สามารถเปลี่ยนเป็น “เก็บเงินปลายทาง” ในหน้าเรียกขนส่งได้

 

ตัวอย่างรายการขายแบบไม่เก็บเงินปลายทาง

 

 

ตัวอย่างการเรียกขนส่งของรายการขายแบบไม่เก็บเงินปลายทาง

 

 

  • กรณีร้านค้าสร้างรายการขายแบบเก็บเงินปลายทาง (COD) จะเรียกขนส่งได้เฉพาะแบบเก็บเงินปลายทางเท่านั้น ไม่สามารถเปลี่ยนเป็น “ไม่เก็บเงินปลายทาง” ในหน้าเรียกขนส่งได้

 

ตัวอย่างรายการขายแบบเก็บเงินปลายทาง

 

 

ตัวอย่างการเรียกขนส่งของรายการขายแบบเก็บเงินปลายทาง

 

 

  • หากร้านค้าต้องการเปลี่ยนรูปแบบ จะต้องกลับมาแก้ไขที่หน้ารายการขายเท่านั้น
  • ร้านค้าสามารถกดเรียกขนส่งแบบ COD และ non-COD พร้อมกันได้

 

วิธีการตัดสต็อกสินค้า กรณีโอนสินค้าบางส่วน 

 

สำหรับร้านค้าที่ต้องการทยอยจัดส่งสินค้าให้ผู้ซื้อตามรอบต่าง ๆ สามารถตัดสต็อกสินค้าได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้ 

 

1. เมื่อร้านค้าสร้างรายการขายเรียบร้อยแล้ว ให้คลิกที่ปุ่มโอนสินค้าบางส่วน 

 

 

2. ระบบจะแสดงจำนวนสินค้าที่จัดส่งขึ้นมาให้ จากนั้นให้ร้านค้าระบุจำนวนสินค้าที่ต้องการตัดสต็อกสินค้าในรอบแรก

3. กดปุ่มบันทึก

 

 

4. ระบบจะเปลี่ยนสถานะจากรอโอนเป็นโอนบางส่วน”   

 

 

5. ร้านค้าสามารถตรวจสอบ Log การตัดสต็อกสินค้า ได้ที่หัวข้อการโอนสินค้าระบบจะแสดงวันที่ตัดสต็อกสินค้าและจำนวนสินค้าในรอบแรกขึ้นมาให้

6. กรณีร้านค้าต้องการตัดสต็อกสินค้าในรอบถัดไป ให้คลิกที่ปุ่มโอนสินค้าบางส่วนและทำตามขั้นตอนเดิมได้เลย

 

 

เพียงเท่านี้ ร้านค้าก็สามารถสร้างรายการขายบนระบบ ZORT ได้แล้ว 

 

 

สนใจใช้ระบบจัดการร้านค้าครบวงจร

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม : 02-026-6423
อีเมล: support@zortout.com

Line: @zort