คู่มือการใช้งานระบบ Verify Slip

ระบบ Verify Slip หรือระบบตรวจสลิปปลอม พัฒนามาให้ผู้ใช้งานสามารถใช้ตรวจสอบความถูกต้องของสลิปแจ้งโอนเงินค่าสินค้าได้อย่างอัตโนมัติว่ามีจำนวนเงินที่ตรงกับยอดเงินในบัญชีและตรงกับจำนวนที่ระบุอยู่บนสลิปหรือไม่ 

1) การตั้งค่าช่องทางชำระเงิน 

กรณีร้านค้าไม่มีกระเป๋าเงินหรือสร้างกระเป๋าเงินครั้งแรก 

เริ่มการตั้งค่าช่องทางชำระเงิน ดังนี้ 

  1. ไปที่เมนู “การเงิน” หัวข้อ “กระเป๋าเงิน”
  2. คลิก “เพิ่มกระเป๋าเงิน”

 

 

กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน โดยสามารถกรอกตามละเอียดตามลำดับดังนี้ 

A. ชื่อกระเป๋าเงิน : ชื่อกระเป๋าที่จะแสดงตอนเลือกการชำระเงิน สามารถใช่เป็นชื่อธนาคาร + เลขบัญชี + ชื่อบัญชี ต่อกันได้

 

 

B. ประเภท : เลือกเป็นบัญชีธนาคาร (จำเป็นต้องเลือกเป็นบัญชีธนาคารเท่านั้น)

C. ชื่อธนาคาร : เลือกธนาคารที่ต้องการ

D. เลขบัญชีธนาคาร : ใส่เลขบัญชีธนาคารของร้านค้า * (จำเป็น)

E. ชื่อบัญชีธนาคาร : ใส่ชื่อบัญชีธนาคาร

F. ยอดยกมา : ยอดเงินตั้งต้นที่ต้องการลงในระบบ ZORT

G. เลือกการแสดงในรายการซื้อขาย : กระเป๋าเงิน จะแสดงตอนชำระเงินในหน้ารายการขาย

H. เลือกแสดงในหน้าสั่งซื้อและเซลเพจ : กระเป๋าเงิน จะแสดงตอนส่งลิงค์ให้ลูกค้าชำระเงินที่หน้าแชร์ลิงค์ , หน้าสั่งซื้อ หรือเซลเพจ

(หมายเหตุ : 1. การใช้งานระบบ Verify Slip จำเป็นต้องเลือกเป็นบัญชีธนาคารเท่านั้น เนื่องจากระบบยังไม่รองรับพร้อมเพย์ (PromptPay)
2. เมื่อผู้ใช้สร้างกระเป๋าเงินโดยเลือกเป็นบัญชีธนาคาร ผู้ใช้จำเป็นจะต้องจะต้องใส่รายละเอียดเลขบัญชีทุกครั้ง หากไม่ใส่ระบบจะไม่สามารถ Verify Slip ได้) 

 

.

 

กรณีที่ร้านค้ามีกระเป๋าเงินอยู่แล้ว 

หากร้านค้ามีช่องทางชำระเงินอยู่แล้ว และต้องการใช้เป็นบัญชีสำหรับ Verify Slip  ผู้ใช้จำเป็นต้องเข้าไปแก้ไขข้อมูลบัญชี โดยการเพิ่มเลขบัญชีธนาคาร ให้ครบถ้วน จึงจะสามารถใช้ระบบ  Verify Slip ได้  สามารถแก้ไขได้ ดังนี้ 

  1. ไปที่เมนู “การเงิน” หัวข้อ “กระเป๋าเงิน”
  2. สามารถกด 3 จุดด้านหลังชื่อกระเป๋าเงินเดิมที่ต้องการใช้งาน
  3. เลือก “แก้ไข”

 

 

4. กรอกรายละเอียดให้ครบถ้วน แล้วกดบันทึก 

 

 

2) การเติมเครดิตและซื้อแพ็คเกจ ZORT Verify Slip 

การใช้งานระบบ Verify Slip คิดราคาเป็น 1 เครดิต ต่อการตรวจสอบสลิป 1 ครั้ง โดยผู้ใช้งานสามารถซื้อแพ็คเกจและเติมเครดิตได้ตามวิธีนี้ 

  1. ไปที่เมนู “แพ็คเกจ” ่หัวข้อ “Verify Slip
  2. กดปุ่มเติม “Verify Slip Credit”

 

 

 

  1. กดเลือกแพ็คเกจตามที่ต้องการ
  2. แพ็คเกจที่เลือกจะแสดงที่ตระกร้ามุมขวา จากนั้น “กดดำเนินการชำระสินค้า”

 

 

 

5. เลือกช่องทางชำระเงินที่ต้องการ กดดำเนินการต่อเพื่อชำระค่าแพ็คเกจ (กรณีต้องการใบกำกับภาษีค่าบริการ สามารถเลือกต้องการใบกำกับภาษี แล้วกรอกข้อมูลบริษัทให้ครบถ้วน) 

 

 

 

เมื่อดำเนินการ ตั้งค่าช่องทางชำระเงินและเติมเครดิตสำหรับ Verify Slip ทั้ง 2 ขั้นตอนเรียบร้อย ระบบจะสามารถตรวจสอบสลิปที่ลูกค้าสั่งซื้อมาให้อัตโนมัติ 

3) วิธีการสร้างรายการขายและส่งลิงก์ให้ลูกค้าชำระเงิน 

1. เริ่มสร้างรายการขาย ให้ผู้ใช้งานสร้างรายการขายสินค้าตามปกติ โดยไปที่เมนู “รายการขาย” กด “สร้างรายการขาย”  กรอกข้อมูลต่างๆให้ครบถ้วน

2. กด “บันทึกรายการ”

 

 

3. ระบบจะพาไปหน้ารายละเอียดรายการขาย กดปุ่ม “Share Link” ที่มุมขวาบน  

 

 

4. กดคัดลอกลิงกเพื่อส่งให้ลูกค้าชำระเงิน 

 

 

ตััวอย่างหน้าสำหรับลูกค้าชำระเงิน

 

 

5. เมื่อลูกค้าไปรับลิงก์แล้ว สามารถกดที่ปุ่มแจ้งการชำระเงิน ให้กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน 

 

 

  1. เมื่อลูกค้าชำระเงินเรียบร้อย ระบบจะทำการตรวจสอบสลิปที่แนบมาให้อัตโนมัติ โดยจะสามารถแบ่งเคสการตรวจสอบได้ ดังนี้

เคสที่ 1. กรณี Verify slip ผ่านระบบจะเปลี่ยนสถานะรายการขายเป็นชำระครบให้อัตโนมัติ และในรายการขาย จะมีสลิปแนบให้มุมซ้ายของรายการ  ส่วนการแจ้งเตือนจะมี Email แจ้งเตือนไปยังผู้ขายและลูกค้า (ตัวอย่างการแจ้งเดือน : กรณีตรวจสอบสลิปผ่าน) 

 

 

 

เคสที่ 2. กรณี Slip ไม่มี QR Code แสดง (บางธนาคารยังไม่มี QR Code แสดงบนสลิป) หรือ QR Code บน Slip ไม่ถูกต้อง, รูปภาพไม่ชัดเจน ระบบจะไม่ทำการ Verify Slip ให้ และไม่มีการตัดเครดิต 

เคสที่ 3. กรณี QR Code ที่แสดงบน Slip ไม่ถูกต้อง อาจจะเป็น Slip ปลอม หรือมีการเปลี่ยนแปลง QR Code ระบบจะไม่ทำการ Verify Slip ให้ และไม่มีการตัดเครดิต 

เคสที่ 4. Slip ที่อัพโหลดเข้าระบบซ้ำ หรือ Slip นั้นเคยมีการนำเข้าระบบมาแล้ว  ระบบจะไม่ทำการ Verify Slip ให้ และไม่มีการตัดเครดิต 

 

 

เคสที่ 5. เวลาที่ลูกค้ากรอกตอนชำระเงิน กับเวลาในสลิปไม่ตรงกัน ระบบจะตรวจสอบสลิปอัตโนมัติให้ แต่จะไม่ผ่าน และมีการตัดเครดิต ส่วนการแจ้งเตือนจะมี Email แจ้งเตือนไปยังผู้ขายและลูกค้า 

เคสที่ 6. จำนวนเงินที่ลูกค้ากรอกตอนชำระเงิน กับจำนวนเงินในสลิปไม่ตรงกัน  ระบบจะตรวจสอบสลิปอัตโนมัติให้ แต่จะไม่ผ่าน และมีการตัดเครดิต ส่วนการแจ้งเตือนจะมี Email แจ้งเตือนไปยังผู้ขายและลูกค้า 

เคสที่ 7. ลูกค้าเลือกธนาคาร หรือเลขบัญชีธนาคารไม่ตรงกับ Slip ระบบจะตรวจสอบสลิปอัตโนมัติให้ แต่จะไม่ผ่าน และมีการตัดเครดิต ส่วนการแจ้งเตือนจะมี Email แจ้งเตือนไปยังผู้ขายและลูกค้า 

เคสที่ 8. Slip ที่ลูกค้าอัพโหลด มีอายุเกิน 90 วัน ระบบจะตรวจสอบสลิปอัตโนมัติให้ แต่จะไม่ผ่าน และมีการตัดเครดิต ส่วนการแจ้งเตือนจะมี Email แจ้งเตือนไปยังผู้ขายและลูกค้า 

 

4) การแจ้งเตือนเมื่อตรวจสอบสลิปผ่านและไม่ผ่าน 

กรณีตรวจสอบสลิปผ่าน ระบบจะมี Email แจ้งไปยังร้านค้า และลูกค้าให้ดังนี้ 

  • ตัวอย่าง E-mail แจ้งเตือนฝั่งร้านค้า 

 

 

  • ตัวอย่าง E- mail แจ้งเตือนฝั่งลูกค้า 

 

 

กรณีตรวจสอบสลิปไม่ผ่าน ระบบจะมีแจ้งเตือน 2 ส่วนด้วยกัน คือ
1. แจ้งเตือนที่หน้าระบบ จะแสดงเป็นไอคอนรูปเงิน

2. แจ้งเตือนไปยัง Email ของร้านค้า และลูกค้า

ตัวอย่างการแจ้งเตือนที่หน้าระบบตรงไอคอนรูปเงิน 

ส่วนนี้ร้านค้าสามารถตรวจสอบ Slip เองและกดอนุมัติ / ปฏิเสธเองได้ 

 

 

 

ตัวอย่างการแจ้งเตือน Email กรณีตรวจสลิปไม่ผ่าน  

  • ตัวอย่าง E-mail แจ้งเตือนฝั่งร้านค้า 

 

 

5) การตรวจสอบ Log Verify Slip ที่หน้าระบบ  

  1. ผู้ใช้สามารถตรวจสอบ รายการ Verify Slip โดยไปที่ส่วนล่างสุดของหน้าระบบ จะมีเมนู “Verify Slip Log”

 

 

2. เมื่อกดเข้าไปแล้ว สามารถตรวจสอบรายการ Verify Slip จากหน้านี้ได้เลย 

 

 

6) การ Verify Slip ย้อนหลัง 

กรณีที่ร้านค้าไม่ได้เติมเครดิต หรือไม่ได้ตั้งค่ากระเป๋าเงินไว้ ก็สามารถใช้ระบบตรวจสอบการ Verify Slip ย้อนหลังได้ ดังนี้ 

1. กดที่ “การแจ้งเตือนรูปเงิน”

2. กดที่ “ดูการแจ้งชำระเงินทั้งหมด”

 

 

 

3. กดปุ่มตรวจสอบสลิปย้อนหลัง 

 

 

 

สนใจใช้ระบบจัดการร้านค้าครบวงจร

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม : 02-026-6423
อีเมล: support@zortout.com

Line: @zort