การยื่นคำขออนุมัติใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงิน เป็นขั้นตอนสำคัญสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการใช้เครื่องดังกล่าวในการออกใบกำกับภาษีอย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และลดความล่าช้าในการพิจารณาอนุมัติ ผู้ยื่นคำขอควรศึกษาวิธีการกรอกแบบฟอร์มและจัดเตรียมเอกสารประกอบให้ครบถ้วนก่อนดำเนินการ
การยื่นคำขออนุมัติใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงิน
ผู้ประกอบการควรรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน และยื่นคำขอ ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ ในกรณีที่มีความประสงค์ยื่นคำขอสำหรับหลายสาขา แนะนำให้ยื่น ณ สำนักงานสรรพากรที่ใกล้กับสำนักงานใหญ่ โดยจัดทำคำขอเรียนต่ออธิบดีกรมสรรพากร พร้อมแนบเอกสารประกอบให้ครบถ้วนตามที่กำหนด
***กระบวนการพิจารณาจะใช้ระยะเวลาประมาณ 30 – 45 วันทำการ นับจากวันที่ยื่นคำขอ ดังนั้น ผู้ประกอบการควรวางแผนและดำเนินการล่วงหน้าอย่างน้อย 45 วัน เพื่อให้การใช้งานเครื่องเป็นไปอย่างต่อเนื่องและไม่กระทบต่อการดำเนินธุรกิจ***
เอกสารประกอบการยื่นคำขออนุมัติใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงิน
ผู้ประกอบการต้องจัดเตรียมเอกสารประกอบการยื่นคำขอให้ครบถ้วนตามที่กรมสรรพากรกำหนด โดยมีรายละเอียดดังนี้
- เอกสารคำขออนุมัติใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงิน (ภ.พ.06)
- เอกสารแจ้งการจัดทำและการจัดเก็บเอกสารหลักฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (ภ.อ.11)
- คุณสมบัติของเครื่องบันทึกการเก็บเงิน และแผนผังการเชื่อมต่อเครื่องบันทึกการเก็บเงินกับอุปกรณ์อื่น ๆ
- ตัวอย่างใบกำกับภาษีอย่างย่อ และรายงานต่าง ๆ ที่ออกจากเครื่องบันทึกการเก็บเงิน
- แผนผังแสดงตำแหน่งการวางเครื่องบันทึกการเก็บเงินในสถานประกอบการ
วิธีการกรอกเอกสาร
- เอกสารคำขออนุมัติใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงิน (ภ.พ.06)

1) ยื่นคำขอผ่านสรรพากรพื้นที่
ระบุชื่อสำนักงานสรรพากรพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่
2) ชื่อผู้ประกอบการ
ระบุชื่อบริษัทหรือชื่อบุคคลตามที่ได้จดทะเบียนและได้รับเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรเรียบร้อยแล้ว
3) ชื่อและที่อยู่สถานประกอบการ
ระบุชื่อร้านค้าหรือชื่อทางการค้าที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจ และกรอกที่อยู่ให้ครบถ้วน ชัดเจน และตรงตามที่จดทะเบียนไว้กับทางราชการ
4) วันที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20)
ระบุวันที่ที่ได้รับการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามเอกสาร ภ.พ.20
5) ประเภทสินค้าหรือบริการ
ระบุประเภทสินค้าหรือบริการของกิจการ โดยระบุตามลำดับรายรับจากมากไปน้อย

6) มีความประสงค์ขอใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินเพื่อออกใบกำกับภาษี
ติ๊กเลือกตามประเภทเครื่องที่ใช้งาน เช่น “เครื่องประจำ” หรือ “เครื่องสำรอง”
7) ประเภทใบกำกับภาษี
ติ๊กเลือกประเภทใบกำกับภาษีตามที่ผู้ประกอบการใช้งาน
8) ประเภทกิจการ
เลือกประเภทกิจการที่ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจอยู่ เช่น การค้าทั่วไป
9) ณ สถานประกอบการที่เป็น
ระบุข้อมูลที่ตั้งของสถานประกอบการที่ต้องการใช้งานเครื่องบันทึกการเก็บเงิน (กรณีที่ตั้งดังกล่าวเป็นสาขาแรกให้ผู้ประกอบการ ติ๊กเลือก “สำนักงานใหญ่”)

10) ชนิดของเครื่องบันทึกการเก็บเงินที่ขออนุมัติ
ติ๊กเลือกชนิดของเครื่องบันทึกการเก็บเงิน พร้อมระบุจำนวนเครื่องที่ต้องการขออนุมัติให้ครบถ้วน (กรณีเป็นเครื่อง POS ให้ติ๊กเลือก “คอมพิวเตอร์”)

11) คุณสมบัติของเครื่องบันทึกการเก็บเงิน : การเชื่อมต่อเป็นระบบเครือข่าย (Network)
ติ๊กเลือกว่ามีการเชื่อมต่อเครื่องบันทึกการเก็บเงินเข้ากับระบบเครือข่ายอื่นหรือไม่
12) คุณสมบัติของเครื่องบันทึกการเก็บเงิน : รูปแบบการจัดเก็บเอกสารหลักฐานตามประมวลรัษฎากร
ติ๊กเลือกรูปแบบเอกสารของเครื่องบันทึกการเก็บเงิน เช่น กระดาษ
13) คุุณสมบัติของเครื่องบันทึกการเก็บเงิน : โปรแกรมหรือภาษาที่ใช้
ติ๊กเลือกหัวข้อ “ซื้อ Software” และระบุชื่อเป็น “ZORT POS”

14) เอกสารแนบประกอบการขออนุมัติ
ระบุจำนวนเอกสารที่ต้องการแนบประกอบการขออนุมัติเครื่องบันทึกการเก็บเงิน
15) ลงชื่อผู้ประกอบการ
ลงชื่อรองรับการยื่นคำขออนุมัติเครื่องบันทึกการเก็บเงิน พร้อมประทับตรานิติบุคคล (ถ้ามี)
เอกสารรายละเอียดประเภทของเครื่องบันทึกการเก็บเงินที่ขออนุมัติ (แนบมากับ ภ.พ.06)

1) ข้อมูลผู้ประกอบการ
ระบุข้อมูลชื่อผู้ประกอบการ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี และชื่อสถานประกอบการให้ครบถ้วน
2) ข้อมูลเครื่องบันทึกการเก็บเงินที่ขออนุมัติ
- ลำดับ : ระบุลำดับตัวเลขของเครื่องบันทึกการเก็บเงินที่ขออนุมัติ
- ยี่ห้อ : ระบุยี่ห้อของเครื่อง เช่น SUNMI D3
- ระบบเครือข่าย : กรณีนำเครื่องไปเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายอื่น ๆ ให้ติ๊กช่อง “มี”
- โปรแกรมหรือภาษาที่ใช้ (การได้มา) : ระบุประเภทหรือวิธีการได้มาของเครื่องบันทึกการเก็บเงิน
- โปรแกรมหรือภาษาที่ใช้ (ชื่อ) : ระบุชื่อโปรแกรมที่ใช้งาน เช่น ZORT POS
- ชนิดเครื่องบันทึกการเก็บเงิน : ติ๊กเลือกชนิดของเครื่องที่ขออนุมัติ (กรณีเป็นเครื่อง POS ให้ติ๊กช่อง “คอมพิวเตอร์”)
- ประเภทใบกำกับภาษี : ติ๊กเลือกประเภทใบกำกับภาษีที่ใช้งาน เช่น อย่างย่อ
- เอกสารแจ้งการจัดทำและการจัดเก็บเอกสารหลักฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (ภ.อ.11)

1) เรียน
ติ๊กเลือกหัวข้อ “สรรพากรพื้นที่” แล้วระบุเขตที่สถานประกอบการตั้งอยู่
2) ข้อมูลผู้ประกอบการ
ระบุข้อมูลชื่อผู้ประกอบการ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี ที่อยู่สถานประกอบการ และประเภทของกิจการ
3) ระบุวันที่เริ่มดำเนินการ
ระบุวันที่เริ่มดำเนินการตามวันที่ยื่นเอกสารต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
4) ชนิดของเอกสารหลักฐานตามประมวลรัษฎากรที่ได้จัดทําและจัดเก็บไว้ในรูปแบบของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
ติ๊กเลือกหัวข้อ “ใบกำกับภาษีตามมาตรา” พร้อมระบุมาตรา “86/6” (กรณีมีเอกสารอื่น ๆ ผู้ประกอบการสามารถติ๊กเลือกเพิ่มเติมได้)
5) สถานที่จัดทําเอกสารหลักฐานในรูปแบบของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
ติ๊กเลือกสาขาที่จัดทำเอกสาร (กรณีที่ตั้งดังกล่าวเป็นสาขาแรกให้ผู้ประกอบการ ติ๊กเลือก “สำนักงานใหญ่”)

6) สถานที่จัดเก็บรักษาเอกสารหลักฐานในรูปแบบของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
ติ๊กเลือกสาขาที่จัดเก็บรักษาเอกสาร (กรณีที่ตั้งดังกล่าวเป็นสาขาแรกให้ผู้ประกอบการ ติ๊กเลือก “สำนักงานใหญ่”)
7) ลงชื่อผู้ประกอบการ
ลงชื่อรองรับการยื่นคำขออนุมัติเครื่องบันทึกการเก็บเงิน พร้อมประทับตรานิติบุคคล (ถ้ามี)
ตัวอย่างการกรอกเอกสารใบแนบ ภ.อ.11
รายละเอียดเกี่ยวกับระบบการจัดเก็บข้อมูล : โปรดระบุรายละเอียดของระบบที่ใช้ในการจัดเก็บข้อมูล รวมถึงวิธีการตรวจสอบยอดขายผ่านเครื่อง POS อย่างชัดเจน


เมื่อดำเนินการกรอกแบบฟอร์มและจัดเตรียมเอกสารครบถ้วนแล้ว ผู้ประกอบการสามารถยื่นคำขอต่อกรมสรรพากรตามช่องทางที่กำหนดได้ทันที
สนใจใช้ระบบจัดการร้านค้าครบวงจร
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
โทร 02-026-6423
Line: @zort